วันอนุรักษ์เสือโลก เร่งฟื้นฟูเหยื่อของเสือ ต่อความหวังเพิ่มประชากรเสือทั่วโลก



Posted on 29 July 2012
กรุงเทพฯ 29 กรกฎาคม 2555 WWF เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกเพิ่มความพยายามในการกวาดล้างขบวนการลักลอบล่าสัตว์ และตอกย้ำความสำเร็จของการอนุรักษ์เสืออยู่ที่การเพิ่มประชากรสัตว์ที่เป็นเหยื่อ
 
ปัจจุบันประชากรเสือในป่าทั่วโลกเหลืออยู่เพียง 3,200 ตัว และยังตกเป็นเป้าสำคัญของขบวนการลักลอบล่าสัตว์ แต่ปัจจัยหลักของการคุกคามประชากรเสือคือแหล่งอาหารของเสือ เช่น กวาง หมูป่า และกระทิง ลดลง ตามธรรมชาติแล้ว เสือ 1 ตัว ต้องกินกวางขนาดกลาง 1 ตัวต่อทุกสัปดาห์ในการประทังชีวิต ขณะที่ผืนป่าส่วนใหญ่ในเอเชียถูกจัดอันดับให้อยู่ในสภาพ “ป่าไร้ชีวิต” หรือสภาพของป่าที่มีแต่ต้นไม้แต่ไม่มีสัตว์ป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรเสือ ดังนั้น การต่อต้านการลักลอบล่าสัตว์จึงจำต้องพุ่งเป้าหมายไปทั้งการปกป้องเสือ และสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อของเสือ
 
การลักลอบล่าสัตว์ส่วนใหญ่มักเล็งไปที่สัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อของเสือมากกว่าตัวเสือ ตามอุปสงค์ของตลาดผู้บริโภคในระดับท้องถิ่น และสัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือหลายชนิดตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์และไม่อยู่ในข่ายต้องอนุรักษ์
 
ไมค์ บัลท์เซอร์ หัวหน้าโครงการฟื้นฟูประชากรเสือ WWF กล่าวว่า หากไม่มีการปกป้องสวัสดิภาพของสัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือและการทำลายป่า ความพยายามในการเพิ่มประชากรเสืออีกหนึ่งเท่าตัวให้ได้ภายในปี 2565 จึงไม่น่าเป็นไปได้ ความอยู่รอดของสัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือจึงเป็นปัจจัยหลักในการอยู่รอดของเสือ
 
การกวาดล้างขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าจึงจำเป็นต้องมีหลายวิธีที่รัดกุม เช่นการเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร เปลี่ยนนักล่าให้เป็นผู้ปกป้องสัตว์ป่า ด้วยการฝึกอบรมให้ความรู้และผลักดันให้เป็นนักเคลื่อนไหวแนวหน้าในการปกป้องชีวิตเสือ WWF ประเทศไทย และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นตัวอย่างในการเข้าถึงและดึงชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูประชากรเสือโคร่ง ผ่านการอบรม และกระบวนการสร้างพันธมิตรชุมชนร่วมกันเพื่อทำให้การล่าสัตว์ป่าลดลง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน พบว่าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อสำคัญของเสือโคร่งเช่น กระทิง กวาง มีการกระจายเพิ่มขึ้นสองเท่า โดยดูจากกล้องดักถ่ายภาพ นอกจากนั้นพบหลักฐานการล่าสัตว์ป่าลดลงถึง 4 เท่า โดยดูจากหลักฐานของการล่าสัตว์ป่า เช่น กระสุนปืน และห้างยิงสัตว์
 
“การอนุรักษ์ฟื้นฟูสัตว์ป่า เป็นทางเลือกที่เราทุกคนร่วมกันทำได้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้สะท้อนให้เห็นแนวทางที่สร้างสรรค์ในการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการฟื้นฟูสัตว์ป่า โดยการให้ความรู้ สร้างความตระหนักและแรงจูงใจ ปลุกเร้า และเสนอทางออก เราต้องสนับสนุนให้มีการคิดใหม่ ถ้าจะเป็นคนค้าสัตว์ป่า คนล่าสัตว์ป่า ขอให้คิดให้ดีก่อน เราต้องรักและปกป้องสัตว์ป่าและช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ การฟื้นฟูเสือโคร่ง เป็นสิ่งที่ต้องทำแข่งกับเวลา เพราะเสือโคร่งเหลือน้อย และยังมีจำนวนที่ลดลงอยู่เรื่อยๆ” โรเบิร์ต สไตน์เมทซ์ หัวหน้าฝ่ายชีววิทยาการอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย กล่าว
 
นอกจากนี้บทบาทของรัฐบาลยังเป็นตัวแปรที่สำคัญ รายงานอาชญากรรมสัตว์ป่าของ WWF ที่เผยแพร่ล่าสุด ระบุว่า ในแต่ละปีมีการตรวจยึดซากเสือได้มากกว่า 200 ตัว โดยประเทศที่เป็นทั้งแหล่งกำเนิด ทางผ่าน และประเทศปลายทางผู้บริโภคกลับไม่จริงจังมากพอในการต่อต้านขบวนการลักลอบการล่าและการค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะประเทศจีนและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์จากเสือในอัตราสูง
 
ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ เช่น เขมร ลาว พม่า แทบไม่ปรากฎการค้นพบเสือในประเทศแล้ว การฟื้นฟูเสือโคร่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลานาน และค่อยเป็นค่อยไป การเพิ่มขึ้นของประชากรเสือขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของจำนวนเหยื่อของเสือ ดังนั้นการฟื้นฟูเหยื่อของเสือจึงเป็นทางออกที่สำคัญ แม้วันนี้แหล่งอาหารของเสือโคร่งจะได้รับการฟื้นฟูขึ้น แต่อนาคตของเสือโคร่งยังน่าวิตก เพราะขบวนการล่าสัตว์ป่าเกิดจากผู้ซื้อและผู้ล่าที่ไม่ได้มาจากพื้นที่ในชุมชนเท่านั้น หากเราจะสร้างผืนป่าที่มีชีวิตไว้ให้กับคนรุ่นต่อไป ทุกภาคส่วนของสังคมต้องมีความตระหนักร่วมกัน โดยหยุดล่า หยุดซื้อ และหยุดกินสัตว์ป่า