WWF ประเทศไทย และกรมอุทยานฯ ผนึกกำลังรักษามรดกโลกทางธรรมชาติของไทย | WWF

WWF ประเทศไทย และกรมอุทยานฯ ผนึกกำลังรักษามรดกโลกทางธรรมชาติของไทย



Posted on 08 December 2017
อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกับผู้แทนจาก 5 องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นพันธมิตรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของไทย ได้แก่ IUCN, WWF, WCS, Freeland และ ZSL
© WWF Thailand
WWF ประเทศไทย ได้รับเชิญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ลงนามในบันทึกความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศด้านการอนุรักษ์อีก 4 แห่ง เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนัก และร่วมบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี ลงนามบันทึกความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าไม้พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกับผู้แทนจาก 5 องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นพันธมิตรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของไทย ได้แก่ IUCN, WWF, WCS, Freeland และ ZSL ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

คุณเยาวลักษณ์ เธียรเชาวน์ ผู้อำนวยการ WWF ประเทศไทย ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการลงนามความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่าพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานด้านอนุรักษ์ทั้ง 5 องค์กรในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการดำเนินงานของ WWF-ประเทศไทย ที่จะได้นำความรู้ ประสบการณ์ กรณีศึกษา และรูปแบบการทำงานจากโครงการด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินมาก่อนหน้า มาเป็นต้นแบบ หรือปรับใช้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญดังกล่าว”

พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของไทยทั้งสองแห่ง ได้แก่ ผืนป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง (ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534) และ ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2548) รวมถึงพื้นที่ป่าแก่งประจาน ที่รัฐบาลไทยเตรียมเสนอเข้ารับการพิจารณาจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งนั้น เป็นผืนป่าธรรมชาติที่สำคัญในระดับโลก เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งฟื้นฟูสัตว์ป่าที่สำคัญ มีความหลากหลายทางธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ ซึ่ง WWF ประเทศไทย ได้ทำโครงการในพื้นที่ป่าซึ่งมีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับพื้นที่มรดกโลกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดีจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

1. โครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลาน ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โครงการวิจัยและติดตามประชากรเสือโคร่งที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลาน ได้ยืนยันการพบร่องรอยสัตว์ป่าสำคัญหลากหลายชนิด โดยเฉพาะเสือโคร่งที่เป็นเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า การทำงานวิจัยต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ยืนยันจำนวนประชากรเสือโคร่งที่เพิ่มขึ้น ภาพของลูกเสือโคร่งและเสือโคร่งโตเต็มวัย สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการได้เป็นอย่างดี และเป็นข้อมูลสำคัญในการยืนยันถึง ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่ไม่ควรถูกทำลายลงด้วยการสร้างเขื่อนในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์

2. โครงการอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี WWF-ประเทศไทย ได้ดำเนินงานตามแนวพระราชดำริใน   การลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ทั้งรูปแบบการป้องกันโดยการลาดตระเวน การทำงานวิจัยด้านสัตว์ป่า   รวมถึงการสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนรอบพื้นที่ในกิจกรรมลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่ออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ให้น้อยลง และช่วยให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งกิจกรรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากทั้งทีมเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าและชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียง

สำหรับบทบาทของ WWF ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ได้แก่ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) มูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) และสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) ในความร่วมมือในการทำงานอนุรักษ์ ในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของไทย จะครอบคลุม
  1.  การป้องกันคุ้มครองและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
  2.  การศึกษาวิจัยทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงการพัฒนา แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาการ
  3.  การรณรงค์และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกัน
  4.  การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
  5.  การเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของภาคี ผ่านทางช่องทางต่างๆ  
  6.  ความร่วมมืออื่นๆ ตามที่ภาคีแต่ละฝ่ายตกลงกัน
โดยหลังการจากลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้แล้ว จะมีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์วางแผนการดำเนินงาน และแผนงานโครงการต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการจัดทำบันทึกความเข้าใจ อันจะนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์และความยั่งยืนของทรัพยากรที่มีคุณค่าในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ   
อธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกับผู้แทนจาก 5 องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นพันธมิตรในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของไทย ได้แก่ IUCN, WWF, WCS, Freeland และ ZSL
© WWF Thailand Enlarge
รัฐมนตรีว่าการฯ มอบของที่ระลึก
© WWF Thailand Enlarge
รัฐมนตรีว่าการฯ เยี่ยมชมนิทรรศการของ WWF ประเทศไทย
© WWF Thailand Enlarge
สนับสนุน
สนับสนุน