WWF แสดงความห่วงใยต่อโครงการก่อสร้างถนนสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย | WWF

WWF แสดงความห่วงใยต่อโครงการก่อสร้างถนนสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย



Posted on 04 April 2018
ป้ายบอกเส้นทางก่อสร้างถนนเชื่อมสู่ทวาย
© Adam Oswell / WWF-Myanmar
3 เมษายน 2561, กรุงเทพมหานคร - เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ได้ลงมติอนุมัติการกู้เงินจำนวน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน  (สพพ) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังของไทย เงินกู้จำนวนนี้จะใช้ในการก่อสร้างถนนขนาดใหญ่ ซึ่งจะตัดผ่านพื้นที่ป่าทึบในเขตตะนาวศรี เพื่อเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กับแผนงานโครงการท่าเรือน้ำลึก กรุงเทพ และโครงการอื่นๆ ที่จะตามมา

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ที่มีทั้งเสือโคร่ง ช้าง และยังเป็นที่อยู่ของชุมชนพื้นเมือง ที่อาศัยทรัพยากรในเขตภูมิประเทศแถบนี้เพื่อการดำรงชีวิต

ฮันนา เฮลซิงเจน ผู้จัดการโครงการเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy Project Manager) ประจำ WWF กล่าวถึงความกังวลขององค์กร ว่า  “หากการก่อสร้างถนนครั้งนี้ไม่ได้รับการวางแผนและก่อสร้างอย่างรอบคอบ พื้นที่แห่งนี้ก็จะต้องพบกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ทั้งด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญระดับโลก ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศซึ่งจะมีผลกระทบอย่างร้ายแรง ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชน ตามหลักการการวางแผนโครงการสาธารณูปโภค จำเป็นต้องมีการพิจารณาขั้นตอนที่สำคัญๆ ในขณะนี้เรามีความกังวลว่า เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติเงินกู้แล้ว จะมีความกดดันให้เร่งดำเนินโครงการจนอาจจะมีการมองข้าม หรือละเลยขั้นตอนสำคัญๆดังกล่าว”

ขั้นตอนสำคัญในการดำเนินการโครงการ
  • การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA สำหรับโครงการเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และถนนที่เชื่อมโยง ซึ่งจะเกี่ยวข้องและต้องปรึกษาและรับฟังความคิดเห็นอย่างเต็มที่จากชุมชน
  • ต้องมีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนงานจัดการสิ่งแวดล้อม ที่เที่ยงตรงและถูกต้องตามกฎหมาย ในการก่อสร้างถนนสายนี้ โดยกำหนดให้มีทั้งมาตรการและวิธีแก้ไข เพื่อหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
จนถึงวันนี้ ผู้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนได้ยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  และแผนงานจัดการสิ่งแวดล้อม(EMP) หลายฉบับแล้ว แต่ก็ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากกระทรวงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลพม่าแต่อย่างใด ภายใต้กฎหมายของสหภาพเมียนมาร์ ระบุว่าการจะดำเนินการเพื่อขอรับการอนุมัติ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อโครงการได้รับใบรับรองการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมแล้วเท่านั้น หากมีการดำเนินงานใดๆ ก่อนได้รับใบรับรองการปฏิบัติตามกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม จะถือว่าผิดกฎหมาย และผู้ดำเนินโครงการจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

“ทั้งนี้ยังมีความน่ากังวลอีกประการหนึ่ง คือไม่มีการหารือสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของโครงการนี้อย่างจริงจัง  กระบวนการสอบถามความคิดเห็นต้องครอบคลุมไปถึงชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับชาวบ้านหลายคนที่อาศัยอยู่ในเส้นทางการก่อสร้างถนน เราพบว่าชาวบ้านเหล่านั้นไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบในหลายด้านดังกล่าวไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้น ณ พื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย” ฮันนา เฮลซิงเจน กล่าวเสริม
 
โครงการทวาย ซึ่งรวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษและถนนเชื่อมต่อ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในภูมิภาคนี้ได้ แต่ WWF เชื่อมั่นว่า การวางแผนอย่างระมัดระวังจะนำมาซึ่งการลดผลกระทบ และการรับมือเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การก่อสร้าง และในขั้นตอนหลังการก่อสร้าง   WWF พร้อมเสมอในการให้ความสนับสนุนต่างๆเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ถนนทวายจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น และถนนสายดังกล่าวจะยังคงไว้ซึ่งผืนป่าที่มีเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่ง ที่ทำหน้าที่เชื่อมประเทศไทยและประเทศพม่าเข้าด้วยกัน
ป้ายบอกเส้นทางก่อสร้างถนนเชื่อมสู่ทวาย
© Adam Oswell / WWF-Myanmar Enlarge
แผนภาพความหลากหลายของสัตว์ป่าในป่าตะนาวศรี Wildlife in Tanintharyi
© WWF-Thailand Enlarge
สนับสนุน
สนับสนุน