“ล่าช้างเอาหนัง” วิกฤตช้างในประเทศเมียนมาร์ ในวันช้างโลกปีนี้ | WWF

“ล่าช้างเอาหนัง” วิกฤตช้างในประเทศเมียนมาร์ ในวันช้างโลกปีนี้



Posted on 10 August 2017
หนังช้าง ซึ่งวางขายอยู่ในตลาดใกล้พระธาตุไจทีโย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศเมียนมาร์
© anonymous
  • หนังช้างถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาสมุนไพร เชื่อว่าสามารถบรรเทาอาการปวดท้องได้ หรือนำไปทำเครื่องประดับ
  • แม่ช้างและลูกช้างถูกฆ่าเพิ่มมากขึ้น จากความต้องการหนังและฟันช้าง จากเดิมที่เน้นไปที่การฆ่าช้างเพศผู้ เพื่อเอางา
  • #SaveTheirSkins คือแคมเปญรณรงค์ล่าสุดของ WWF เพื่อหยุดยั้งการฆ่าช้าง
นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 เป็นต้นมา พบช้างป่า ในเขตประเทศเมียนมาร์ ไม่ต่ำกว่า 20 ตัว ถูกฆ่าและถลกหนังอย่างเหี้ยมโหด โดยมีสาเหตุหลักมาจากกระแสความต้องการ “หนังช้าง” ที่เพิ่มสูงมากขึ้นจนผิดปกติในช่วงปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของ WWF International ระบุว่า ปัจจุบันมีช้างป่า สายพันธุ์เอเชียหลงเหลืออยู่ในป่าน้อยกว่า 50,000 ตัว ซึ่งในประเทศเมียนมาร์ คาดว่าเหลืออยู่ไม่ถึง 2,000 ตัวทั่วประเทศ และหากอัตราการล่ายังดำเนินต่อไป ช้างในประเทศเมียนมาร์อาจสูญพันธุ์ภายในไม่กี่ปีนี้

“หนัง ฟัน ขน” โศกนาฏกรรมล่าสุดของช้าง สายพันธุ์เอเชีย

Rohit Singh ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัตว์ป่า ประจำ WWF ประเทศเมียนมาร์ เล่าถึงวิธีการล่าช้างเพื่อเอาหนังว่า นายพรานจะฆ่าช้างโดยการยิงลูกดอกอาบยาพิษใส่ และตามช้างไปจนช้างทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจ จึงจะถลกหนังช้าง ที่ผ่านมามีความต้องการหนังช้างอยู่บ้างแต่ไม่มากจนน่าตกใจเท่ากับปัจจุบัน ที่พบช้างถูกฆ่าเพื่อเอาหนังมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมาขบวนการค้างาช้างจะเน้นไปที่การล่าช้างเพศผู้ ที่มีงาสวยงามมากกว่าช้างเพศเมีย แต่การฆ่าช้างเพื่อเอาหนังช้างนั้น ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ช้างเพศผู้ แต่ยังหมายรวมถึงช้างเพศเมีย และลูกช้างอีกด้วย ซึ่งนอกจากหนังช้างแล้ว นักล่ายังต้องการฟันช้าง และขนหางช้างไปด้วย

หนังช้างแห้งจะถูกขายต่อเพื่อนำไปทำเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิว หรือนำไปผสมในยาสมุนไพร หรือในบางกลุ่มจะนำไปบดเป็นผง ปั้นเป็นลูกปัด โดยเชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาสู่ผู้ที่สวมใส่ เช่นเดียวกับขนหางของช้างที่จะนำไปถักเป็นกำไรนำโชค ส่วนฟันของช้างก็เชื่อว่า ถ้านำไปบดเป็นผงจะช่วยรักษาอาการอักเสบและสิวได้ ซึ่งจะสามารถพบเห็น สินค้าผิดกฎหมายที่มีที่มาอย่างโหดเหี้ยมเหล่านี้ได้ทั่วไปในบริเวณตลาดใกล้ชายแดนทั้งในฝั่งที่ติดกับประเทศจีน ประเทศลาว และประเทศไทย

วัน “ช้างโลก” ไม่มีพรมแดนสำหรับการช่วยเหลือ

ปัจจุบันในประเทศเมียนมาร์ โดยเฉพาะพื้นที่แทบเทือกเขาพะโค (Bago Yoma) และบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำอิระวดี (Ayeyarwady Delta) ที่มีการพบช้างป่าถูกฆ่าถลกหนังเป็นจำนวนมาก ยังไม่มีมาตรการป้องกันการลักลอบฆ่าช้างที่เป็นระบบมากพอและประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ กำลังพล  รวมไปถึงมาตรการยับยั้งการซื้อขายสินค้าจากช้างป่า เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของประเทศเมียนมาร์ที่มีพื้นที่ป่าเชื่อมต่อ กับหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาที่ระบุได้อย่างชัดเจนว่า ช้างที่ถูกฆ่านั้นอาจจะเคยอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาก่อนจะเดินข้าม ไปหากินที่ฝั่งประเทศเมียนมาร์ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ช้าง” เป็นสัตว์ป่าที่คนไทยรู้สึกรักและผูกพันมากเป็นพิเศษ โศกนาฏกรรมและความสูญเสียที่กำลังเกิดขึ้นกับช้าง สายพันธุ์เอเชียจึงเป็นสิ่งที่เราจะเพิกเฉย  หรือทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ การเลือกไม่สนับสนุนสินค้าจากช้างป่าเป็นหนทางหนึ่งที่ “เราทุกคน” สามารถทำได้ ในทันที รวมไปถึงการแจ้งเบาะแสหากพบการค้าขายสินค้าจากช้างที่ผิดกฎหมาย เพราะสำหรับ “ช้าง” ป่าก็คือ “บ้านหลังใหญ่” ไม่สำคัญว่าจะอยู่พรมแดนของประเทศไหน เช่นเดียวกันกับ “ความช่วยเหลือ” ที่มนุษย์ทุกคนสามารถช่วยกันได้ 
 
เกี่ยวกับ แคมเปญ #SaveTheirSkins ของ WWF
https://www.savetheirskins.com/

ข้อมูลอ้างอิง
https://news.mongabay.com/2017/06/demand-for-elephant-skin-driving-up-poaching-in-myanmar-warning-graphic-images/

https://www.worldwildlife.org/stories/in-a-disturbing-new-trend-poachers-are-killing-myanmar-s-elephants-for-their-skin-teeth-and-tails
หนังช้าง ซึ่งวางขายอยู่ในตลาดใกล้พระธาตุไจทีโย แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศเมียนมาร์
© anonymous Enlarge
Elephants
© Christy Williams/WWF Enlarge
<<<<<<< HEAD สนับสนุน
สนับสนุน ======= สนับสนุน
สนับสนุน >>>>>>> http-to-https-migration