เบื้องหลังงานอนุรักษ์สัตว์ป่า: นเรช เขียวจันทร์



Posted on 03 September 2012
นเรช เขียวจันทร์
เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์


นเรชเป็นชาวกำแพงเพชรแต่กำเนิด เข้าร่วมงานกับอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หน่วยเขาเขียวในปี 2539 และถูกย้ายไปหน่วยแม่เรวาในปี 2542 ซึ่งในปีนั้น มีการลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเยอะมาก เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องสงสัยได้ทุกครั้งที่ออกลาดตระเวน

ทำงานบนความเสี่ยง
ในช่วงปี 42-45 นเรชมักโดนชาวบ้านข่มขู่จากการที่เขาจับกุมข้อหาลักลอบตัดไม้ การใช้ชีวิตส่วนตัวจึงต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ ไม่ต่างกับระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ที่เขาต้องป้องกันตนเองจากสัตว์ป่าและพรานผู้ล่า เขาเคยประจันหน้ากับหมีควายแม่ลูกอ่อนขณะลาดตระเวน จนเขาต้องวิ่งหนีเพราะเกรงจะถูกทำร้าย และในคืนนั้น พวกเขาต้องช่วยกันเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน

เส้นทางการเดินในผืนป่าแม่วงก์เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทุกคน เพราะพื้นที่นี้เป็นแนวเขาและป่าดิบชื้น การเดินทางจึงไม่สบายเหมือนพื้นราบ พวกเขาต้องลัดเลาะตามเส้นทางไหล่เขา ปีนหน้าผา หรือแม้แต่ไปในที่ๆไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน การลาดตระเวน 3-5 วัน กับอุปกรณ์และสัมภาระราว 20 กิโลกรัมบนหลังจึงเป็นความท้าทายใหญ่หลวงที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทุกคนต้องเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย ผ่านการฝึกซ้อม ฝึกทักษะ รวมถึงเรียนรู้จากประสบการณ์ของรุ่นพี่ระหว่างการลงพื้นที่จริง

ลงสนาม
หน้าที่ของนเรชระหว่างลาดตระเวน ยังรวมถึงการติดตั้งกล้องดักจับภาพสัตว์ป่า ความประทับใจที่สุดของเขาเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เมื่อหน่วยของเขาออกไปเก็บกล้องถ่ายภาพและพบภาพแม่เสือโคร่ง กับลูกสองตัว ซึ่งชี้ชัดว่าที่แม่วงก์บ้านของเขายังคงมีเสือโคร่งหลงเหลืออยู่ และทำให้เขารู้สึกภูมิใจในหน้าที่ที่เขาทำมากขึ้น การฝึกฝน และการเรียนรู้ตลอดประสบการณ์การทำงานหลายปีของเราได้นำเขาเข้ามาสู่เส้นทางการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นในจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของตนเอง

“ผมโชคดีมาก และดีใจที่ทำให้หลายคนได้รับรู้ว่ามีเสืออยู่ในพื้นที่เราจริง ผมได้เรียนรู้ตลอดเวลาที่ทำงาน ได้รู้จริง ได้เห็นจริง รู้ว่ามีเสืออยู่จำนวนเท่านี้ คราวนี้อยู่ที่ว่าเราจะให้มันอยู่กับเราได้อีกหรือเปล่า”

“ผมอยากให้คนข้างนอกได้เข้าใจคนทำงานในป่า อยากให้เห็นว่าการรักษาป่าจริงๆควรทำอย่างไร และอยากให้เข้าใจคนที่อยู่ในพื้นที่จริงว่าทำไมพวกเราถึงทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ พวกเราอยู่ด้วยใจรัก..รักในผืนป่าและสัตว์ป่าของเราครับ”