TREEMAPS

โครงการติดตามการเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอนของผืนป่าด้วยระบบการติดตาม

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไปถึง 577,000 เฮคเตอร์ (ประมาณ 3,606,250 ไร่) คิดเป็นอัตราส่วนโดยเฉลี่ยประมาณ 0.15% ต่อปี (ปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอนของการเสื่อมโทรมของป่าไม้)

TREEMAPS ทำงานร่วมกับพันธมิตรของ WWF ในประเทศไทย เพื่อรักษาป่าไม้ และผลประโยชน์มากมายที่ป่ามีให้กับมนุษย์และธรรมชาติ ด้วยการสนับสนุนระบบการจัดการเพื่อวัดระดับและตรวจสอบปริมาณคาร์บอนที่เก็บกักไว้ในพื้นที่ป่า

TREEMAPS จะเข้ามามีส่วนช่วยได้อย่างไร

เราได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่น ตั้งแต่รัฐบาล, ชุมชน และสถาบันการศึกษา เพื่อ :
  • พัฒนา “แผนที่พื้นฐาน” คาร์บอนระดับชาติ และระบบติดตามด้วยการใช้เทคโนโลยีตรวจวัดระยะไกล(remote sensing) เช่น LiDAR (Light Detection And Ranging) 
  • จัดตั้งโครงการนำร่องกลไก REDD+ ในระดับภูมิภาคท้องถิ่น (Sub-national) เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าที่สำคัญ
  • สร้างศักยภาพเพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์จาก REDD+ และโครงการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • แลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และบทเรียนที่ได้กับประเทศอื่นๆในภูมิภาค
  • ประเมินผลประโยชน์ตอบแทนทางธรรมชาติ เช่น ระบบนิเวศบริการ (Ecosystem Services) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจากป่าไม้ของประเทศไทย ที่คืนกลับให้สังคม

ป่าไม้ของประเทศไทย


นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2493 เป็นต้นมา ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าธรรมชาติไปมากกว่าครึ่ง แม้ว่าตอนนี้อัตราการตัดไม้ทำลายป่าจะลดน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังมีการทำลายป่าเฉลี่ยปีละประมาณ 0.7% ถึง 1% และพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน สาเหตุจากการเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เพาะปลูก, การลักลอบตัดไม้ และการเข้าถือครอบครองที่ดิน ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าไป

การตัดไม้ทำลายป่าเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และประโยชน์สำคัญที่ป่ามีให้แก่สิ่งแวดล้อม เช่น การมีน้ำสะอาด การป้องกันการสูญเสียหน้าดิน และน้ำท่วม

การตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่าไม้ทั่วโลก ทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศคิดเป็น1 ใน 5 ซึ่งเป็นปริมาณก๊าซที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์


ประเทศไทยกับกลไก REDD+

REDD+ นอกเหนือจากคำนึงถึงการป้องกันการทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่าแล้ว โครงการนี้ยังได้คำนึงถึงความสำคัญของบทบาทในการอนุรักษ์, การบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และเพิ่มปริมาณการกักเก็บก๊าซคาร์บอนในป่าไม้

ในปัจจุบันการวัดปริมาณคาร์บอนในป่าที่ประเทศไทยใช้ เป็นวิธีการที่ยังไม่สามารถให้ตัวเลขที่ชัดเจนในระดับที่ REDD+ หรือที่ตลาดรับซื้อคาร์บอนตามสมัครใจของภาคเอกชนกำหนดไว้ได้

ซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทย ณ ขณะนี้ รัฐบาลไทยภายใต้ร่วมมือกับ Forest Carbon Partnership Facility (FCPF) ของธนาคารโลก (World Bank) และพันธมิตรอื่นๆ กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและสร้างกระบวนการเตรียมความพร้อมสำหรับกลไก REDD+ โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อวิเคราะห์และจัดทำเอกสารร่างโครงการ หรือ R-PIN ซึ่งเป็นการรวมมาตรการต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการดังนี้ :
  • การวัดและตรวจสอบปริมาณคาร์บอนที่เก็บกักในป่าไม้
  • เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดสรรผลประโยชน์ที่ได้รับจากกลไก REDD+ เป็นไปอย่างเท่าเทียม
  • ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นแหล่งสำคัญ
  • เสริมสร้างศักยภาพระดับประเทศให้มีความพร้อมสำหรับกลไก REDD+
  • สร้างความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง
ในประเทศไทย ยังคงมีหลายๆ พื้นที่ที่มีความเข้าใจในกลไกของ REDD+ ที่คลาดเคลื่อน อีกทั้งยังขาดความเชี่ยวชาญพิเศษ และขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับประเทศเขตร้อนอื่นๆ

นอกจากนี้ ในด้านของนโยบายและการวางแผนเพื่อสร้างความตระหนักถึงประโยชน์ที่หลากหลายของผืนป่า ก็ขาดเครื่องมือในการตรวจสอบ เช่น การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ นิเวศบริการ และการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

โครงการ TREEMAPS จะให้การสนับสนุนประเทศไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายการเตรียมความพร้อมสู่กลไก REDD+ และจะเดินหน้าในการออกแบบ ดำเนินการ และใช้ประโยชน์จากโครงการ เพื่อการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน

พันธมิตร

พันธมิตรหลักของ WWF ภายใต้รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยสำหรับโครงการนี้ คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (DNP)
TREEMAPS ได้รับงบประมาณสนับสนุนหลักจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติและความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) ภายใต้กรอบโครงการริเริ่มด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ (International Climate Initiative - ICI) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมมาจาก WWF-Germany และ WWF-US


เหตุใดจึงสำคัญ

ป่าไม้ของประเทศไทยครอบคลุมพื้นที่เกือบ 16 ล้านเฮคเตอร์ (ประมาณ 100 ล้านไร่) หรือเกือบ 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศ และมีป่าไม้แตกต่างหลากหลายประเภท มีตั้งแต่ป่าดงดิบ จนถึงป่าเต็งรัง จากป่าไม้ไม่ผลัดใบ ในพื้นที่สูง กระทั่งป่าชายเลน ป่าเป็นบ้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ ราวๆ 15,000 สายพันธุ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างเสือโคร่ง, ช้าง, สมเสร็จ, เสือลายเมฆ และนกเงือก
การเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ REDD+

Reducing Emission from Deforestation and Degradation and the Role of Forest Carbon Stocks in Developing Countries หรือชื่อย่อ REDD+ (เรดด์พลัส) เป็นความริเริ่มของสหประชาชาติ (United Nations) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่า ซึ่งได้เสนอโอกาสให้แก่ประเทศไทย ในการรับความสนับสนุนทางด้านเงินทุนเพื่อโครงการอนุรักษ์ป่าไม้ของประเทศต่อไป

โครงการนี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ และประโยชน์ที่ระบบนิเวศมีให้แก่มนุษย์ (ระบบนิเวศบริการ) รวมทั้งสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่ผู้คนมากมาย  แต่การจะได้รับประโยชน์จาก REDD+ และการได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ประเทศไทยต้องมี :
  • รายการข้อมูลที่เที่ยงตรงเกี่ยวกับปริมาณก๊าซคาร์บอนที่เก็บกักอยู่ในป่า
  • ระบบติดตามการเปลี่ยนแปลงปริมาณคาร์บอนในป่า
  • องค์ความรู้และเครื่องมือในการใช้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
รายงานการสัมนาเชิงปฏิบัติการและเครื่องมือในการฝึกอบรม

การสร้างศักยภาพ คือศูนย์รวมในทุกกิจกรรมของ TREEMAPS รายงานและเครื่องมือในการฝึกอบรมทั้งหมด สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ โดยจะมีการอัพเดทเมื่อการสัมนาเชิงปฏิบัติการรวมทั้งกิจกรรมอื่นๆแล้วเสร็จ