เนื่องในปีพุทธศักราช 2546 เป็นพุทธศักราชแห่งมิ่งมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีในเบื้องพระยุคลบาท ที่พระราชทานพระราชดำริฟื้นฟูและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ จนบังเกิดผลสำเร็จเป็นที่ชื่นชมยกย่องของปวงชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองศุภวาระอันสำคัญยิ่งนี้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี จึงได้ร่วมกันจัดทำอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในศุภวาระอันเป็นสิริมงคลยิ่งนี้
โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้อุทยานเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ดังนั้นเมื่ออุทยานแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเป็นสถานที่เผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ และจะเป็นสถานที่ศึกษาความรู้ทางด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยาและเชิงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของโลก
ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยเป็นนามอุทยานว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” และพระราชทางพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “สธ”ประดับตราสัญลักษณ์ของอุทยาน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเจริญ พระชนมายุครบ 48 พรรษา
โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้อุทยานเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ดังนั้นเมื่ออุทยานแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเป็นสถานที่เผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ และจะเป็นสถานที่ศึกษาความรู้ทางด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยาและเชิงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของโลก
ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยเป็นนามอุทยานว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” และพระราชทางพระราชานุญาตให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย “สธ”ประดับตราสัญลักษณ์ของอุทยาน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเจริญ พระชนมายุครบ 48 พรรษา
2. เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ
3. เพื่อฟื้นฟูพัฒนาสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม
4. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา เชิงประวัติศาสตร์ และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
5. เพื่อพัฒนาพื้นที่ดินเสื่อมโทรมเป็นพื้นที่เกษตรที่ยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สาธิตให้ประชาชนและเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงสามารถนำไปเป็นตัวอย่างในการปรับปรุงพื้นที่การเกษตร
6. เพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านการฝึกอบรมของกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดน
7. เพื่อเป็นที่ศึกษาให้แก่ประชาชนในการกระตุ้น สร้างความคิด ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
พื้นที่ดำเนินการของอุทยาน คือ เขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในส่วนที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเลครอบคลุมพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของค่ายพระรามหก และค่ายนเรศวร สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รวมเนื้อที่ประมาณ 2,600 ไร่ ในระยะแรกสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้สนับสนุนให้ใช้พื้นที่ดำเนินการตามกิจกรรมของอุทยานฯ จำนวน 1,800 ไร่ โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2543 เป็นต้นมา ในลักษณะของโครงการต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงานไว้ 4 ประการ คือ
1. ฟื้นฟูและพัฒนาระบบนิเวศน์ชายฝั่งป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าบก ในพื้นที่ให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม และมีความหลากหลายทางชีวภาพ
2. บูรณะและอนุรักษ์หมู่อาคารพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตลอดจนส่วนประกอบทางกายภาพในพื้นที่ให้คงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนเอกลักษณ์ในท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทย
3. พัฒนาให้เป็นแหล่งสาธิตและถ่ายทอดความรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและนานาชาติ
4. ส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในระดับประเทศและนานาชาติ
การดำเนินงานดังกล่าวได้กำหนดโครงการและกิจกรรมรองรับภายใต้กรอบแนวคิดหลัก ดังนี้
1. มุ่งดำเนินการให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับแนวทางของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
2. กำหนดให้มีการค้นคว้า ศึกษา วิจัยทางวิชาการในแขนงงานทุกสาขาของวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3. การดำเนินการในทุกวัตถุประสงค์ของโครงการจะมุ่งสู่ความเป็นสากลในระดับนานาชาติเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ยังคงสามารถสะท้อนแนวทางตามพระราชดำริและเอกลักษณ์ ตลอดจนภูมิปัญญาไทยได้อย่างสอดคล้องและกลมกลืน
4. ในการนำเสนอสาระของแต่ละองค์ความรู้ ตามวัตถุประสงค์จะเน้นไปที่การรับรู้ได้ สัมผัสได้ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความเคลื่อนไหวที่สามารถถ่ายทอดออกมาถึงจิตวิญญาณ และแนวคิดอย่างชัดเจนในลักษณะของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต
5. มุ่งเสนอและดำเนินการในรูปของการท่องเที่ยวและสันทนาการในทุกๆ กิจกรรมที่มีศักยภาพ ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน
6. การดำเนินงานตามโครงการและกิจกรรมดังกล่าว มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณและการดำเนินกิจกรรมโดยมีมูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ดำเนินการบริหารจัดการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา


