WWF ชูแนวทางการทำกิจการธนาคารเพื่อโลกที่ยั่งยืน | WWF

WWF ชูแนวทางการทำกิจการธนาคารเพื่อโลกที่ยั่งยืน



Posted on 22 April 2015
ESG Banner 2014
© WWF Thailand
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา WWF หรือกองทุนสัตว์ป่าโลก ได้เปิดตัวคู่ มือ Environmental, Social and Governance (ESG) Integration for Banks เพื่อนำเสนอวิธีการที่ธนาคารและสถาบันทางการเงินจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและลดปัจจัยความเสี่ยงในการปล่อยกู้ ให้คำปรึกษาทางการเงิน ซึ่งคู่มือนี้จะช่วยธนาคารให้สามารถนำไปปฏิบัติและปรับใช้ได้อย่างยั่งยืน คู่มือ ESG จะได้รับการเสนอผ่านการประชุมกลุ่มร่วมกับธนาคารต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย (The Thai Bankers’ Association)

“นี่เป็นคู่มือแรกที่ช่วยวางแผนวิธีแต่ละขั้นตอนสำหรับสถาบันการเงินในระยะต้นของการเดินทางสู่ ESG ซึ่งจะแสดงให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน และสามารถนำกระแสไปสู่การดำเนินธุรกิจสีเขียวได้” จีนน์ สแตมป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชีย จาก WWF กล่าว

กลุ่มธุรกิจธนาคารไม่อาจเพิกเฉยต่อความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับธรุกิจที่สร้างผลกระทบให้กับธรรมชาติได้อีกต่อไป ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ได้ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและผลผลิตทางการเกษตร การขาดแคลนน้ำได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตทั้งหมด และรวมไปถึงข้อบังคับที่มีผลต่อการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางธรรมชาติ เช่น คาร์บอน ถ่านหิน หรือน้ำมัน ธนาคารจึงมีความจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นนี้ด้วยการปรับใช้ ป้องกัน และ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

คู่มือนี้คือเครื่องมือเพื่อช่วยธนาคารในการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม, สังคม, ธรรมาภิบาล และถือเป็นการแสดงถึงขอบข่ายการทำงานเพื่อให้ธนาคารได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงและเห็นผล สิ่งเหล่านี้คือความเชี่ยวชาญที่สถาบันทางการเงินทั่วทั้งเอเชียกำลังมองหาอย่างเร่งด่วน

เบ็น ริดลีย์ หัวหน้าฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์ Credit Suisse ได้ให้ความเห็นว่า “Credit Suisse มีความภูมิใจที่ได้สนับสนุนคู่มือนี้ ซึ่งได้ให้ข้อมูลแก่ธนาคารในภูมิภาคเอเชียเกี่ยวกับความเป็นมา ความรู้ และเป็นเครื่องมือที่จะพัฒนายุทธศาสตร์และแผนการดำเนินการเพื่อผนวกประเด็นสิ่งแวดล้อมและสังคม อันมีความสำคัญในธุรกิจของพวกเขา”

“ในขณะนี้ธนาคารชั้นนำทั้งในยุโรปและอเมริกาต่างนำการดำเนินงานแบบ ESG เข้ามาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่ามันสามารถช่วยลดและป้องกันผลกระทบจากความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้ไม่เคยถูกนึกถึงในธุรกิจธนาคารมาก่อน ทั้งที่มันอาจจะเกิดจากการทำงานแบบปกติของลูกค้า การพิจารณาในเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจลงไปได้มากกว่าเดิม”
เยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF-ประเทศไทย กล่าว

“ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำหรือปลายน้ำ มีความจำเป็นในการทำงานร่วมกันเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งธนาคารสามารถมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวิถีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นภายในคืนเดียว ซึ่งคู่มือจาก WWF นี่เองจะทำหน้าที่เป็นเหมือนบันไดที่ชี้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็น ESG มาปรับเข้ากับกระบวนการดำเนินทางธุรกิจสีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน” ซามูเอล เซียน ประธานสมาคมธนาคาร ประเทศสิงคโปร์ กล่าวในงานประชุมร่วม ESG ที่จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ซึ่งงานประชุมร่วมในหัวข้อ ESG ครั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศที่ WWF จัดงานขึ้นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อพูดคุยถึงประเด็น ESG ที่กลุ่มธนาคารกำลังเผชิญอยู่ การประชุมร่วมกันครั้งนี้ได้แสดงถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล ที่สามารถนำผนวกร่วมกับการดำเนินงานขององค์กรของพวกเขาได้ การประชุมครั้งได้รับความร่วมมือจากสมาคมธนาคารไทย และจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 เวลา 08.30น. ณ ห้องประชุมชั้น 9 อาคาร 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

*****************************

การบูรณาการปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG)
ENVIRONMENTAL, SOCIAL & GOVERNANCE INTEGRATION (ESG)

จากรายงาน Living Planet Report 2014 ล่าสุดที่เปิดเผยโดย WWF หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลกรายงานว่าเมืองใหญ่ทั่วโลกนั้นใช้พลังงานไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ผลิตได้ทั้งหมด นอกจากนี้กว่าหนึ่งในสามของเมืองสำคัญของโลกต่างก็ใช้น้ำดื่มที่พึ่งพาน้ำจากพื้นที่ป่าสงวนในประเทศ อย่างไรก็ตามเมืองใหญ่เหล่านี้อาจเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีกว่าเดิมได้ด้วยการใช้พลังงานทางเลือกที่ไม่ก่อเกิดมลภาวะ

ทั้งนี้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและการขาดแคลนทุนทางธรรมชาติอันเนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการดำเนินการของธนาคาร ตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ดำเนินธุรกิจธนาคารเอง ซึ่งเกิดจากรูปแบบสภาพอากาศที่รุนแรงมากจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและผลผลิตทางการเกษตร การขาดแคลนน้ำอาจกระทบต่อผลผลิตในหลายภาคส่วน และข้อบังคับบางข้ออาจส่งผลต่อการปรับลดลงของมูลค่าสินทรัพย์คาร์บอนหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน และในทางกลับกัน การเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจเมืองนั้นทำให้เกิความต้องการด้านเงินทุนสำหรับพลังงานทดแทน และโครงสร้างการขนส่งที่ใช้พลังงานยั่งยืน

ธนาคารจึงมีความตระหนักมากขึ้นว่าการดำเนินธุรกิจนั้นจำเป็นต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงและต้องมีการบูรณาการปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG) เข้าไปในการดำเนินธุรกิจหลักเพื่อการบริหารความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ: มาริษา เลิศศิวาพร, การสื่อสารการตลาด, WWF-ประเทศไทย
อีเมล์: MarisaL@wwfgreatermekong.org
<<<<<<< HEAD สนับสนุน
สนับสนุน ======= สนับสนุน
สนับสนุน >>>>>>> http-to-https-migration