What would you like to search for?

Our News

แม่วงก์ – คลองลาน ผืนป่าแห่งความหวัง ในการเป็นบ้านหลังใหม่ของเสือโคร่ง

แม่วงก์ – คลองลาน... ผืนป่าแห่งความหวัง ในการเป็นบ้านหลังใหม่ของเสือโคร่ง

สิ่งมีชีวิตเมื่อต้องมาอยู่รวมกัน ย่อมต้องมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อย หรือควบคุมความสมดุลของโครงสร้างสังคมให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม เช่นเดียวกันกับสังคมสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าก็ต้องมีผู้ควบคุมสมดุลสัตว์ป่าไม่ให้มีมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ผู้ควบคุมซึ่งอยู่จุดสูงที่สุดของสังคมสัตว์ตามธรรมชาติในประเทศไทย ได้แก่ สัตว์ตระกูลเสือ ในอดีตจำนวนประชากรเสือถูกคุกคามอย่างหนักจากการล่าและรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำกินโดยมนุษย์ จนกระทั่งได้เกิดแผนกฏิบัติการแห่งชาติ เพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง 2533-2565 จำนวนประชากรเสือจึงค่อยๆ มีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น

แม้จำนวนประชากรเสือจะมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น ทว่า หากไม่มีการจัดการพื้นที่ป่าที่เหมาะสม เสือก็อาจจะกลับไปสู่สภาวะที่จำนวนลดน้อยลงอีกครั้งก็เป็นได้ โดยเสือโคร่ง (Panthera tigris: ชนิดพันธุ์ย่อยที่พบในประเทศไทย คือ เสือโคร่งอินโดจีน) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้พื้นที่หากินกว้างมากหากเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นๆ เสือโคร่งตัวผู้ใช้พื้นที่หากินประมาณ 200-300 ตารางกิโลเมตรต่อเสือหนึ่งตัว ขณะที่ในเสือตัวเมียใช้พื้นที่หากินประมาณ 60-70 ตารางกิโลเมตร เมื่อประชากรเสือโคร่งเพิ่มขึ้น พื้นที่หากินเดิมที่เคยใช้จึงไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้เสือโคร่งบางตัวต้องออกมาหาพื้นที่ใหม่ ย้ายถิ่นฐานจากที่เดิมที่เคยอยู่ไปยังผืนป่าแห่งใหม่ที่ ยกตัวอย่างเช่น เสือโคร่งตัวเมียที่ครั้งหนึ่งเคยถูกบันทึกภาพได้ที่ห้วยขาแข้งในปี พ.ศ. 2548 แต่ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมายังอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และปัจจุบันเสือตัวเมียนี้ได้ให้กําเนิดลูกอ่อน 2 ตัว ส่วนเสือที่อพยพมาจากห้วยขาแข้งอีก 2 ตัวนั้นเป็นเสือเพศผู้ ซึ่งตัวหนึ่งเดินทางเป็นระยะไกลจากห้วยขาแข้งผ่านอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และต่อไปยังอุทยานแห่งชาติคลองลานระยะทางราว 64 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของเสือวัยหนุ่มที่มักจะเดินทางและหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อบ้านหลังใหม่ของตนเอง*

ผลการศึกษาด้วยหลักฐานจากกล้องดักถ่ายภาพ (Camera trap)
 

เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและเหยื่อ โดยเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชร่วมกับกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประเทศไทย เป้าหมายคือการฟื้นฟูและรักษาประชากรของเสือโคร่งและสัตว์ป่าในพื้นที่ของทั้งสองอุทยานฯ โดยวางแผนอนุรักษ์เชิงปฏิบัติการเสือโคร่งของประเทศไทยและได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี พ.ศ.2565 ประชากรเสือจะต้องเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ซึ่งอุทยานแห่งชาติแม่วงก์และอุทยานแห่งชาติคลองลาน จ.กำแพงเพชร - นครสวรรค์ ก็เปรียบเสมือนผืนป่าแห่งความหวังในการฟื้นฟูประชากรเสือของประเทศไทย

ในวันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Action for Rivers) เพื่อให้ความสำคัญกับการคืนพื้นที่ป่าจากการสร้างเขื่อน รวมถึงการหยุดสร้างเขื่อนใหม่ๆ เช่น การหยุดเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งยังมีทางออกในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนอีกหลายวิธีที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องทำลายบ้านอีกหนึ่งหลังของเสืออย่างผืนป่าแม่วงก์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงบ้านของเสือโคร่งเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูงพอที่จะเป็นมรดกโลกเชื่อมรวมเข้ากับห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวรผนวกรวมป่าตะวันตกทั้งผืนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกด้วย

ในขณะที่ความหวังของการอนุรักษ์เสือโคร่งเริ่มฉายแสง คงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งหากความหวังต้องดับลงเพราะบ้านหลังใหม่ของเสือถูกทำลายโดยมีเขื่อนขึ้นมาแทนที่ ไม่ใช่เพียงบ้านของเสือเท่านั้น แต่ยังมีสัตว์อีกจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิตเนื่องจากไม่สามารถอพยพหนีน้ำได้ทันเวลา นอกจากนี้ยังมีผลกระทบที่ตามมาอีกมหาศาล อาทิเช่น เป็นการทำลายป่าต้นน้ำที่ถูกนำมาใช้เป็นน้ำอุปโภคบริโภครวมถึงการเกษตรกรรม และเปิดโอกาสให้มีพรานเข้ามาล่าตัว์ในช่วงที่มีการก่อสร้างโดยจะใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 8 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งการสร้างเขื่อนแม่วงก์นี้ยังเป็นการทำลายทัศนียภาพความสวยงามของห้วยแม่เรวา อันจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภายในชุมชนต่อไปในอนาคต

เพราะแม่วงก์-คลองลานไม่ใช่แค่ป่า... แต่ยังเป็นความหวัง เป็นบ้านหลังใหม่ของเสือ และของมวลมนุษยชาติในการเป็นแหล่งน้ำ อากาศ และทรัพยากรให้ลูกให้หลานต่อไปในอนาคต

*บางส่วนของบทความโดย ดร.รุ้งนภา พูลจําปา ผู้จัดการโครงการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งอุทยานแห่งชาติแม่วงก์-คลองลาน

WWF ประเทศไทย เผยแพร่ครั้งแรกทางหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2556