What would you like to search for?

Our News

โลกนี้ต้องมีผึ้ง

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวว่า “หากผึ้งสูญพันธุ์ มนุษย์เราก็จะสูญพันธุ์ภายใน 4 ปีให้หลัง!”



ผึ้งและสัตว์ผสมเกสรไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่น่าหลงใหลในธรรมชาติที่มีประวัติอย่างยาวนาน หากมันยังมีหน้าที่ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในระบบนิเวศ หากไม่มีผึ้งและแมลงผสมเกสรแล้ว เผ่าพันธุ์มนุษย์และระบบนิเวศบนผืนดินทั้งหมดบนโลกนี้คงไม่สามารถอยู่รอดได้ กว่าร้อยละ 80 พืชพรรณดอกไม้และพืชอาหาร จำเป็นต้องอาศัยผึ้งและแมลงผสมเกสรในการขยายพันธุ์แถบทั้งสิ้น และสัตว์ที่บทบาทในการช่วยให้พืชสามารถขยายพันธุ์ได้สืบมา ในฐานะนักผสมเกสร หรือนักถ่ายละอองเรณู ไม่ใช่มีเพียง “ผึ้ง” เท่านั้น แต่ยังรวมถึง ค้างคาว ผีเสื้อ ผีเสื้อกลางคืน แมลงวัน แมลงหวี่ นก เต่าทองและมดอีกด้วย



ทั่วโลกและโดยเฉพาะประเทศไทย จำนวนประชากรของสัตว์นักผสมเกสรทั้งหลายกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการคุกคามทางความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรกรรายย่อยที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่ต้องสูญเสียไปจากการแปรสภาพการใช้ที่ดินทางการเกษตร และการทำเกษตรที่ไม่ยั่งยืน อาทิ การใช้เกษตรเคมี การทำเกษตรเชิงเดี่ยว มลพิษ และการรุกรานของสัตว์ต่างถิ่น เป็นต้น



นักออกแบบนโยบาย ภาคธุรกิจ และผู้จัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ เจ้าของที่ดินส่วนบุคคล และผู้ที่เกี่ยวข้องต่างต้องตระหนักถึงจุดวิกฤตของสัตว์นักผสมเกสรที่มีความจำเป็นต่อความยั่งยืนในระบบอาหารและผู้บริโภคเองก็สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกระบวนการที่เป็นมิตรต่อผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรได้เช่นกัน ส่วนนักการศึกษาทั้งหลายก็สามารถออกแบบการเรียนการสอบที่ขับเน้นในเรื่องความสำคัญของผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรได้อีกทางหนึ่ง ด้วยการสอนเด็กๆ ให้รู้จักประวัติความเป็นมาและวงจรชีวิตของผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงการปลูกฝั่งสำหรับการให้ความสำคัญของเหล่าผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรทั้งหลายในระบบนิเวศและธรรมชาติที่มีชีวิตเหล่านี้ จนมีคำกล่าวขึ้นว่า “อนาคตของทุกคนบนโลกนี้ฝากไว้บนปีกของเหล่าผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรทั้งหลาย

เพราะเมื่อ...ไม่มีผึ้ง > ไม่มีพืช > ไม่มีอาหาร >  ไม่มีสัตว์ >ไม่มีมนุษย์
 
Donate
Donate