What would you like to search for?

ธนาคารเอชเอสบีซี จับมือสถาบันทรัพยากรโลก (WRI) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ยกระดับการทำงานเพื่อร่วมหาแนวทางป้องกันสภาวะโลกร้อน

26 August 2021

ทุ่มงบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาสู่เศรษฐกิจNet Zero โดยครึ่งหนึ่งของงบประมาณ หรือ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกจัดสรรเพื่อโครงการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก



 
©Jittrapon Kaicome for WWF-Thailand                   

     ธนาคารเอชเอสบีซี ร่วมกับสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute-WRI) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature-WWF) เปิดเผยถึงโครงการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน (Climate Solutions Partnership) ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนของโลก โดยจะให้งบประมาณสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรที่มีแผนงานด้านการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

     ทั้งนี้ ธนาคารเอชเอสบีซีได้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยงบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลาการทำงาน 5 ปี โดยอาศัยความชำนาญด้านการเงินและการดำเนินธุรกิจของธนาคารผนวกกับองค์ความรู้และงานวิจัยเชิงลึกจาก WRI และ WWF รวมถึงเครือข่ายและพันธมิตรที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ทั่วทั้งภูมิภาคในการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน และช่วยชุมชนในการเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากสภาวะดังกล่าว

     นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า “การควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสนั้น จำเป็นต้องระดมความคิดและอาศัยการใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่เข้ามาช่วยภูมิภาคเอเชียที่มีความเปราะบางและความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ในขณะเดียวกัน การพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างธนาคารเอชเอสบีซี WRI และ WWF เราภูมิใจที่สามารถช่วยสนับสนุนการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน นวัตกรรมที่อาศัยกลไกธรรมชาติในการแก้ไขปัญหา (Nature-based solutions)  และเทคโนโลยี เพื่อปูทางสู่ภูมิภาคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

     ในขณะที่ นางสาวพิมพ์ภาวดี พหลโยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF ประเทศไทย) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างธนาคารเอชเอสบีซี และองค์กรอนุรักษ์ที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งในแนวทางของการส่งแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจที่ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่กับการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล โดยโครงการในประเทศไทยได้น้อมนำศาสตร์พระราชา เพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่า สร้างอาชีพยั่งยืน ระบบอาหารปลอดภัย ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในลดการปล่อยและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการสร้างความยืดหยุ่นปรับตัวได้ของชุมชน (Community Resilience)  และเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว  (Green Economy)

     ธนาคารเอชเอสบีซีให้การสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใน 14 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนิเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และประเทศไทย โดยเน้นไปที่โครงการหลัก ได้แก่ โครงการพลังงานสะอาด โครงการที่อาศัยกลไกธรรมชาติในการแก้ไขปัญหา และโครงการที่นำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน สำหรับประเทศไทย ธนาคารเอชเอสบีซี ได้ให้การสนับสนุน WWF ประเทศไทย ในการดำเนินโครงการ “FLR349, Forest Landscape Restoration through agroecology: A Nature-based solution for ecosystem restoration and a resilient community” หรือ โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าและอาหารยั่งยืน FLR 349  โดยเลือกพื้นที่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยในการสร้างป่าเพื่อการฟื้นฟูดิน น้ำและอากาศ สร้างระบบอาหารปลอดภัย สร้างอาชีพยั่งยืนให้ชุมชน โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา “ป่าสามอย่าง ประโยชน์สี่อย่าง” หรือการปลูกไม้ป่ายืนต้น ผลไม้ และพืชผักพื้นถิ่นด้วยวิถีเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่ 142 ไร่ ให้เกษตรกรมีผลิตผลหมุนเวียนและมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการดูดซับปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ และช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอีกด้วย

     จากรายงานของ HSBC Global Research การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะเป็นตัวกำหนดสภาวะวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอาจก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมในเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เช่น กรุงเทพ จาร์การ์ตา และมุมไบ นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและวิกฤตมากขึ้นยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านอาหารของภูมิภาค การเพิ่มขึ้นของอณหภูมิเพียง 1 องศาเซลเซียสยังส่งผลกระทบ ทำให้ความสามารถของการผลิตพืชผลทางการเกษตรในประเทศจีน ลดลงถึงร้อยละ 10

     ความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของธนาคารเอชเอสบีซี ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์การเป็นธนาคารที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ.2593 หรือก่อนหน้านั้น สอดคล้องกับเป้าหมายของสนธิสัญญาปารีส โดยเอชเอสบีซีกรุ๊ปได้ประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวไปเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563  ทั้งนี้ ธนาคารฯได้ตั้งเป้าใช้เงินลงทุนจำนวน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนลูกค้าของธนาคารในการเปลี่ยนถ่ายของธุรกิจที่มุ่งไปสู่เศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)  ธนาคารฯยังให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับภาคการเงินและภาคธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติตามมา โครงการ Climate Solutions Partnership นี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของธนาคาร
 
หมายเหตุถึงบรรณาธิการ
โครงการ FLR349 โดยการสนับสนุนของธนาคารเอชเอสบีซี
ฟื้นป่าต้นน้ำด้วยเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ “ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง”

โครงการ FLR349 เกิดจากความร่วมมือขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและภาคเอกชน อาทิ มูลนิธินวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ไทย (TOF) มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม (FoE) บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมป่าไม้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน (sustainable consumption and production) มาใช้แก้ปัญหาจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่ต้นน้ำ

โดยเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อที่จะพยายามสร้างการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนในห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร และชุมชนท้องถิ่น ในการพึ่งพาตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการยังชีพ เพื่อให้ก้าวพ้นจากวงจรหนี้สิน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แห่งองค์การสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs)

ในปี พ.ศ.2563 ธนาคารเอชเอสบีซี ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนโครงการหลัก เพื่อสนับสนุนโครงการ FLR349 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน และพัฒนาการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไอออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลกแบบใหม่ตามเป้าหมาย Climate Ambitions ของธนาคาร เป้าหมายเหล่านี้สอดคล้องกับความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน (Climate Solutions Partnership) ความร่วมมือระดับโลกร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF International) และสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute) ที่มุ่งเน้นการให้การสนุบสนุน 3 ด้านหลัก ได้แก่  สนับสนุนสตาร์ทอัพเพื่อเพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีการลดคาร์บอน (scale carbon-cutting technology) ช่วยให้ประเทศต่างๆ เปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนตต่ำโดยใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนโครงการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (restore natural habitats) โดยมีระยะเวลาในการให้การสนับสนุนและดำเนินโครงการเป็นเวลา 5 ปี
 -----
* IUCN: Nature based solutions การดำเนินงานเพื่อคุ้มครอง จัดการอย่างยั่งยืน และฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยการจัดการกับความท้าทายด้านสังคม (societal challenges) อย่างมีประสิทธิภาพและปรับให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์ และดำรงรักษาประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ

เกี่ยวกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)
องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wide Fund for Nature (WWF) เป็นหนึ่งในองค์กรอนุรักษ์ระดับสากลที่มีเครือข่ายการทำงานกว้างไกลที่สุดในโลก  WWF ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2504 ด้วยเป้าหมายในการทำงานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาวะธรรมชาติจากการกระทำของมนุษย์
สำหรับ  WWF-ประเทศไทยนั้น ยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกกำหนดและแบ่งออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ น้ำจืด, สัตว์ป่า, มหาสมุทร, ภูมิอากาศและพลังงาน, ป่าไม้ และอาหาร โดยมีกลไกทางการตลาด การเงิน และธรรมาภิบาลเป็นหัวใจหลัก ที่ถูกเชื่อมโยงเข้ามาบูรณาการโครงการต่างๆ ร่วมกัน ในการฟื้นฟูทรัพยากรทางธรรมชาติ อีกทั้ง WWF-ประเทศไทย ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของ WWF ที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของโลกที่มีมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างมีความสมดุล ท่านสามารถศึกษาข้อมูลการทำงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ www.wwf.or.th
 
เกี่ยวกับธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่มเอชเอสบีซี กลุ่มเอชเอสบีซีให้บริการลูกค้าทั่วโลกด้วยเครือข่ายสาขาใน 64 ประเทศและเขตปกครองทั้งในยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือและละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ  เอชเอสบีซี เป็นสถาบันผู้ให้บริการด้านการเงินและการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีสินทรัพย์รวม 2,976 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564)
 
ผู้ประสานงานโครงการ
อภินันท์ อริยะประทีป
ผู้ประสานงานด้านสื่อสารมวลชน
โทร: 081 398 6289
อีเมล์: abhinanda@wwf.or.th
Media Contact
Abhinand Aryapratheep
+662-618-4303-05
Donate
Donate