สรุปช่วงกิจกรรมระดมสมอง “เราจะมีบทบาทช่วยในการฟื้นฟูประชากรผึ้งและสัตว์ผสมเกสรได้อย่างไร?” | WWF

What would you like to search for?

สรุปช่วงกิจกรรมระดมสมอง “เราจะมีบทบาทช่วยในการฟื้นฟูประชากรผึ้งและสัตว์ผสมเกสรได้อย่างไร?”

05 March 2020

สรุปช่วงกิจกรรมระดมสมอง “เราจะมีบทบาทช่วยในการฟื้นฟูประชากรผึ้งและสัตว์ผสมเกสรได้อย่างไร?”

กิจกรรมการระดมสมองมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายส่วน เช่น ผู้บริโภค เกษตรกร ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ภาครัฐ ฯลฯ และได้แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่มได้แลกเปลี่ยน นำเสนอ และระดมความคิดเห็นในเรื่อง “เราจะมีบทบาทช่วยในการฟื้นฟูประชากรผึ้งและสัตว์ผสมเกสรได้อย่างไร?”



สรุปแนวทางที่ได้จากทุกภาคส่วน





ภาครัฐ
ผลักดันรัฐบาลให้มีนโยบายในการแบบนสารเคมีและกฎหมายการใช้พื้นที่ป่าอย่างชัดเจน มีการสนับสนุนเงินกู้ให้กับเกษตรกรอินทรีย์ที่เลี้ยงผึ้งและหาตลาดรองรับให้กับเกษตรกร และจัดให้มีการส่งเสริมการเรียนรู้และรับรองงานวิจัยเพื่อยกระดับศูนย์การเรียนรู้ และออกมาตรฐานรับรองให้กับเกษตรกร

ภาคเกษตรกร
ลดการทำการเกษตรแบบใช้สารเคมีและมาร่วมกลุ่มกันทำเกษตรอินทรีย์ผสมไปกับการเลี้ยงผึ้งควบคู่ไปด้วย ช่วยกันอนุรักษ์ป่าชุมชนไม่ให้กลายเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว และช่วยกันรณรงค์ให้มีการเก็บน้ำผึ้งมาใช้แบบยังยืน

ภาคเอกชน
มีการสนับสนุนเกษตรกรในการติดต่อซื้อขายกันโดยตรงกับเกษตรกรอินทรีย์และนำสินค้าที่ได้จากเกษตรกรไปพัฒนาต่อยอดสินค้าต่อไป ส่งเสริมกันสร้างพื้นที่แหล่งอาหารของผึ้งและโปรโมทไปยังภาคส่วนต่าง ๆ  สร้างเครือข่ายผู้เลี้ยงผึ้งและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนทุกภาคส่วนรู้จักเป็นมิตรกับแมลง

ภาคผู้บริโภค
ผู้บริโภคควรติดต่อซื้อขายโดยตรงเกษตรกรที่ผลิตแบบอินทรีย์เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกร และตระหนักถึงตัวผสมเกสรและสินค้าบางประเภทที่กำลังจะหายไป


กลุ่มที่ 1





ภาคเกษตรกร
  • ลดการใช้สารเคมีในการเกษตร ส่งผลให้มีจำนวนของผึ้งหรือแมลงผสมเกสรเพิ่มขึ้น และทำให้เกษตรกรมีต้นทุนที่ต่ำลง และได้อาหารที่ปลอดภัย
  • เกษตรกรรวมกลุ่มกันทำเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตทางการเกษตรมีเพิ่มมากขึ้นหรือเพียงพอ ทำให้ลดการใช้สารเคมีและส่งผลให้มีผึ้งหรือแมลงผสมเกสรที่เพิ่มขึ้น
ผู้บริโภค
  • สร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคที่อยู่ไกลให้ตระหนักถึง ผึ้งหรือผู้ผสมเกสรที่กำลังจะหายทำให้ผลผลิตบางส่วนลดลง และอาหารที่ไม่เหมือนเดิม
 
ภาครัฐ
  • มีกฎหมาย พรบ.อุทยาน ทำให้มนุษย์ไม่มีการบุกรุกพื้นที่ไม่รุกล้ำป่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์ผึ้งเนื่องจากมีผึ้งบางส่วนที่อาศัยอยู่ในป่าที่ไม่สามารถนำเอาออกมาเลี้ยงได้
  • สร้างพื้นที่/สร้างทางเลือกให้กับเกษตรกร
ภาคธุรกิจ
  • ส่งเสริมการสอนโดยการสร้างความเข้าใจให้รู้จักเป็นมิตรกับผึ้งและแมลง ปรับความคิด ปรับทัศนคติ เพื่อลดการฆ่าแมล


กลุ่มที่ 2
 


ภาครัฐ

  • จัดหาตลาดให้กับเกษตรกร
  • สนับสนุนงานวิจัยที่รองรับและมีการส่งเสริมการเรียนรู้
  • ส่งเสริมกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องการใช้พื้นที่ป่า
ภาคเกษตรกร
  • ไม่มีปัญหาในเรื่องการเพิ่มจำนวนประชากรผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ ผึ้งชันโรง
  • เกษตรกรไม่มีตลาดรองรับ
ภาคเอกชน
  • มีการนำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์
  • รับซื้อสินค้าที่ผลิตจากเกษตรกรโดยตรง
ภาคผู้บริโภค
  • เลือกสนับสนุนสินค้า+ผลผลิตจากเกษตรกรที่ทำอินทรีย์

กลุ่มที่ 3





ภาคธุรกิจ
  • สร้าง NETWORK BEST BEES
  • มีการส่งเสริมการสร้างพื้นที่สำหรับอาหารของผึ้ง ซึ่งมันจะสามารถพัฒนาไปสู่งเรื่องการท่องเที่ยวได้
ภาคเกษตรกร
  • ต้องมีการขยายพื้นที่เครือข่ายการเลี้ยงผึ้งให้มากขึ้น โดยมีหลักการคือ เอาอินทรีย์ไปไล่เคมี ซึ่งจะทำให้เห็นถึงประโยชน์ทางชีวภาพของผึ้งมากขึ้น 
ภาครัฐ
  • สนับสนุนในเรื่อง research and development ซึ่งมีความต้องการเป็นอย่างมากเนื่องจากมีการลอกเลียนแบบเป็นจำนวนมาก  ช่วยให้การสนับสนุน budgetและknowledge management  ช่วยในเรื่องpromote และ ออกมาตรฐานการรับรองในเรื่องผึ้งที่ดี
  • ยกระดับศูนย์การเรียนรู้เป็น best bees school ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ระดับจังหวัด
ภาคผู้บริโภค
  • ได้รับประโยชน์เรื่องอาหารและยาที่ปลอดภัย

กลุ่มที่ 4





ภาครัฐ
  • Climate change รัฐบาลจะต้องมีการช่วยในเรื่อง Mitigation and Adaptation 
  • ผลักดันให้รัฐมีนโยบายสร้างความสามารถในการตั้งรับปรับตัวของเกษตรกรในมากขึ้น
  • รัฐบาลต้องมีการแบนสารเคมีอย่างจริงจังไม่ให้มีการนำเข้าประเทศเด็ดขาด
  • รัฐบาลมีการสนับสนุนเงินกู้ให้กับเกษตรกรที่มีการเลี้ยงผึ้ง
ภาคเอกชน
  • โปรโมทเรื่องการเลี้ยงผึ้งให้กับเกษตรกร
  • ภาคเอกชน/ธุรกิจ ติดต่อซื้อขายกับ เกษตรกรที่ทำแบบอินทรีย์โดยตรงเพื่อให้เกษตรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น
  • ภาคธุรกิจช่วยในการ โปรโมท/สนับสนุน กลุ่มออแกนิค
ภาคเกษตร
  • มีการส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีการปลูกผักแบบอินทรีย์มีการเลี้ยงผึ้งควบคู่ไปด้วยเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประชากรผึ้ง
  • เกษตรควรมีการปกป้องป่าชุมชมไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว
  • อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันรณรงค์ในเรื่อง Sustainable honey 
ภาคผู้บริโภค
  • ผู้บริโภคควรติดต่อซื้อขายกับผู้ผลิต/เกษตรกรที่ผลิตแบบอินทรีย์ โดยตรงเพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรที่ทำอินทรีย์
กลุ่มที่ 5
 


ภาครัฐ
  • สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องความสำคัญของผึ้งและสัตว์นักผสมเกสร ด้วยการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านการเล่าเรื่องราวของอาหาร (Food story) หรือโครงการอื่นๆ
  • ให้ทุนสำหรับโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาความรู้เพื่อนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหาในการอนุรักษ์ผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรในระยะยาว
  • ส่งเสริมการสร้างตลาดที่ยั่งยืนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มาจากผึ้งและสัตว์นักผสมเกสร
  • ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนที่เป็นประโยชน์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มาจากผึ้งและสัตว์นักผสมเกสร
 
ภาคเอกชน
  • ขายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชน (เช่น น้ำผึ้งแท้) เพื่อรักษาความไว้วางใจจากลูกค้า และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชนผู้ผลิต
  • สื่อสารและเผยแพร่ความสำคัญของผึ้งและสัตว์นักผสมเกสร ผ่านการเล่าเรื่องราวของอาหาร (Food story) ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนและผู้ผลิต เพื่อสร้างความตระหนักรู้ระหว่างผู้บริโภคและสาธารณชน
  • ทำงานร่วมกับเกษตรกรในการอนุรักษ์ผึ้งและสัตว์นักผสมเกสร
  • พัฒนาตลาดสำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากผึ้งและสัตว์นักผสมเกสรที่ยั่งยืน
 
เกษตรกร
 
  • ไม่ตัดไม้ทำลายป่า และร่วมกันรักษาความหลากหลายของระบบนิเวศ
  • สร้างและอนุรักษ์แหล่งที่อยู่ของผึ้งและแมลงผู้ผสมเกสร
  • มีความรู้ในการจัดการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีผลกระทบโดยตรงกับผึ้งและแมลงผู้ผสมเกสร และใช้ยาฆ่าแมลงเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น การไม่ฉีดพ่นบนแหล่งอาหารของผึ้งและแมลงโดยตรง (เกสรดอกไม้) ซึ่งรัฐบาลอาจเป็นผู้มีบทบาทส่งเสริมให้ความรู้และให้ทุนในโครงการวิจับที่เกี่ยวข้อง
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ของแท้ ไม่ปลอมแปลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้บริโภค นำไปสู่สร้างแรงจูงใจของผู้บริโภคที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (เช่น น้ำผึ้งแท้จากชุมชนท้องถิ่น) และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงผสมเกสร มากกว่าการซื้อสินค้าปลอม (เช่น น้ำผึ้งปลอม)
ผู้บริโภค
  • ฉลาดเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผึ้งและแมลงผสมเกสร
  • เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของผึ้งและแมลงผสมเกสรเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสียงให้ภาครัฐสนับสนุนเงินทุนในโครงการวิจัยเรื่องผึ้งและแมลงผสมเกสรอีกทางหนึ่งด้วย
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ นำมาสู่แนวคิด AKRPM ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) องค์ความรู้ (Knowledge) งานวิจัย (Research) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product development) และการพัฒนาตลาด (Market development)
 





















 

 

Media Contact
Abhinand Aryapratheep
+662-618-4303-05
Donate
Donate