World Ranger Day 2020 | WWF


World Ranger Day 2020

World Ranger Day 2020_THailand
© WWF-Thailand

31 กรกฎาคม วันผู้พิทักษ์ป่าโลก
หัวใจแกร่งของทัพหน้าปกป้องผืนป่าไทย

“เดินๆไปถ้าไม่ได้อันตรายจากสัตว์ ต้นไม้เนี่ยก็อาจจะหักล้มทับใส่เราก็ได้”  

ผู้พิทักษ์ป่า เป็นอาชีพที่ทำงานใกล้ชิดกับผืนป่ามากที่สุด เขาหล่านี้เผชิญความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะจากสัตว์ป่า คนร้าย หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงจากต้นไม้น้อยใหญ่ในป่า และเนื่องในวันที่ 31 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวัน  World Ranger Day หรือ วันผู้พิทักษ์ป่าโลก และเพื่อรำลึกและเชิดชูเกียรติให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เสี่ยงชีวิตเพื่อผืนป่าของพวกเราWWF ประเทศไทยพาทุกคนมาพูดคุยกับผู้พิทักษ์ป่า มากประสบการณ์ด้วยการันตีการทำงานมากกว่า 15 ปี

คนแรก คือ พี่นก จิรติ มอทิพย์ หัวหน้าฝ่ายจัดการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ผืนป่ามากว่า 19 ปี โดยหน้าที่หลัก คือฝ่ายสื่อสาร การจัดการท่องเที่ยวและงานวิจัย
และคนที่สอง คือ พี่พิเชษฐ อินทร์เรือง ทำหน้าที่สายตรวจลาดตระเวน ที่ทำงานตรวจสอบ ลาดตระเวนปป่ามากว่า 15 ปี

บทสนทนาเป็นไปอย่างเรียบง่าย ในช่วงสายๆ ณ อุทยาแห่งชาติกุยบุรี พื้นที่ทำงานของผู้พิทักษ์ป่าทั้งสอง พี่นกเล่าให้เราฟังว่า ก่อนที่จะมาเป้นผู้พิทักษ์ป่า เดิมทีก็เคยทำงานในเมืองมาก่อน แต่ก็อยากจะย้ายกลับมาทำงานใกล้บ้าน การเป็นผู้พิทักษ์ป่า ทำให้เธอได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง นอกจากจัดการนักท่องเที่ยว ก็ยังมีโอกาสได้ช่วยฝ่ายอนุรักษ์ ฝ่ายวิจัยและอื่นๆ

“รู้ตัวอีกทีทำไปทำมาก็ผ่านมา 19 ปีแล้วค่ะ” พี่นกหัวเราะ

ส่วนพี่พิเชษฐนั้น การเข้าสู่แวดวงผู้พิทักษ์ป่า มาจากแรงบันดาลใจที่เกิดจากความชอบเดินป่า ชอบดูสัตว์ป่ามาก่อน “พอได้มาทำงานเป็นผู้พิทักษ์ป่า ก็ได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย และเพื่อนร่วมทางที่ตอนนี้เป็นเสมือนครอบครัวกันไปแล้ว” พี่พิเชษฐกล่าว
.............................
เรามักจะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “ผู้พิทักษ์ป่าเดินอยู่แถวหน้า และเป็นผู้กล้าของผืนป่าที่จะเผชิญกับความเสี่ยงได้ตลอดเวลา” เราจึงเปิดบทสนทนาด้วยคำถามที่ว่า พี่ๆ ทั้งสองมีวิธีเตรียมตัว เตรียมใจกับความเสี่ยงอย่างไร?

“ตอนที่มาทำงานใหม่ๆ เรามีความกังวลแน่นอน เพราะเรายังไม่รู้จักพื้นที่ แต่พอเข้ามาสัมผัสจริงๆ ก็จะมีรุ่นพี่คอยสอนรุ่นน้องๆต่อ เหมือนอย่างตอนนี้เราเองก็จะคอยนำน้องๆไป เข้าป่านี่เราจะต้องมีสติอย่างมาก ต้องคอยระวังตัวเองทุกอย่างทั้งคน ทั้งสัตว์ อะไรก็ทำร้ายเราได้ ต้นไม้อาจจะหักล้มใส่เราก็ได้ เราต้องมีสติในทุกย่างก้าว” พี่พิเชษฐ ผู้เป็นผู้พิทักษ์ป่าสายลาดตระเวนบอกเช่นนั้น “มาอยู่แบบนี้ ถ้าทีมที่เข้าไปด้วยกันไม่คิดว่าเป็นพี่น้องกัน ก็ทำงานไม่ได้ คือถ้าเข้าไปแล้วต่างคนต่างแยกกันทำงาน มันก็จะทำงานลำบาก” พี่พิเชษฐพูดต่อ

“ถึงจะต่างคน แต่ใจเราต้องเป็นหนึ่ง” พี่นกกล่าวสมทบกับพี่พิเชษฐ


พี่นกเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งหนึ่งทีได้ไปออกลาดตระเวนกับหน่วยของพี่พิเชษฐ ที่ทั้งสองและทีมพี่ๆผู้พิทักษ์เข้าไปในป่าแล้วเจอช้างป่า พี่นกเล่าว่าถึงแม้ช้างจะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ แต่เวลาอยู่ในป่าส่วนใหญ่เขาก็จะเดินเงียบๆ และค่อนข้างกลมกลืนอยู่กับธรรมชาติ ตอนนั้นพี่ๆได้ไปเจอกับช้างเข้า พี่พิเชษฐบอกให้ทุกคนวิ่ง ในขณะที่ตัวพี่พิเชษฐเองไม่สามารถขยับไปไหนได้เพราะขาติดเถาวัลย์อยู่ โชคดีที่ช้างเขาก็หยุดเพราะเราทำเสียงขู่

“ถือเป็นประสบการณ์หายากเหมือนกัน ยังดีที่ได้ออกมาเล่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้ออกมาเล่าคงเป็นให้คนอื่นออกมาเล่าไป” พี่นกกล่าว

เราเลยถามต่อว่าแล้วพี่เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งอาจจะไม่ได้ออกมาเล่า
พี่นกและพี่พิเชษฐตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่า คิดแน่นอน
“ทุกคนคิดหมดแหละ ตั้งแต่เราแบกเป้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเจอกับอะไร เราทำงานแบบนี้มันต้องทุ่มไปแล้ว”

...........................
แม้การทำงานเป็นผู้พิทักษ์ป่าจะเหนื่อยและเสี่ยงขนาดไหน แต่เราเชื่อว่าคงมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาทำงานดูแลผืนป่าแห่งนี้มานานเป็นสิบๆปี เราเลยลองถามพี่ๆทั้งสองคนดูว่าความประทับใจในฐานะผู้พิทักษ์ป่าของพี่ๆทั้งสองคืออะไร  

พี่นกและพี่พิเชษฐตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งสองดีใจ และประทับใจอย่างมากที่ทั้งสองคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลพื้นที่ป่ากุยบุรีแห่งนี้ ได้เข้าไปปรับปรุงพืชพันธุ์ ที่เป็นอาหารให้สัตว์ “ตอนนี้เราได้เห็นร่องรอยของสัตว์ป่า ตรงที่ที่เราไม่เคยเห็น เราก็ดีใจที่ได้รู้ว่าตอนนี้เริ่มมีสัตว์ป่ากลับเข้ามาในพื้นที่แล้ว” พี่พิเชษฐกล่าว พี่ๆทั้งสองยังเล่าให้ฟังอีกว่า ดีใจที่เวลามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวแล้วชื่นชมว่าป่านี้เขียวขจี อุดมสมบูรณ์ดี หรือน้องๆในชุมชนได้รู้จักพืชพันธุ์ใหม่ๆจากพวกเรา ก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองและทีมงานเป็นอย่างมาก

ก่อนจะจบการสัมภาษณ์ เราได้เห็นรอยยิ้มของพี่ๆ ผู้พิทักษ์ป่าทั้งสองท่านในทันที เมื่อมาถึงคำถามสุดท้ายที่ว่า “เวลาเราทำงาน เรามีเพื่อนร่วมงาน และถ้าเปรียบพื้นที่ป่ากุยบุรีเป็นเพื่อนร่วมงาน พี่ๆทั้งสองอยากจะบอกอะไรกับเพื่อนคนนี้บ้าง”?


“ก็…อยากบอกเพื่อนว่า จะดูแลเพื่อนคนนี้ไปตลอดจนกว่าจะไม่มีโอกาส หรือเกษียณไปแล้ว และจะบอกให้คนรุ่นหลังๆ ให้ช่วยกันดูแลเพื่อนไปตลอดนะ” พี่นก บอกพวกเรา
“มาทำงานที่นี่ก็คิดเหมือนกัน เพื่อมาดูแลป่า สัตว์ป่าที่นี่ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่นานขนาดไหน เรายังอยู่ก็อยากจะอยู่ดูแลเพื่อนของเราต่อไป” พี่พิเชษฐเสริมอย่างทันท่วงที
 
การเป็นผู้พิทักษ์ป่าไม่ใช่งานที่ง่าย และยังเป็นงานที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เรานับถือหัวใจพี่ๆทุกคนเป็นอย่างมาก ขอชื่นชม และขอขอบคุณที่พี่เป็นตัวแทนช่วยดูแลผืนป่าของเราให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้ขอขอบคุณพี่พิเชษ พี่นก และอุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่ได้ให้โอกาส WWF ประเทศไทยได้เข้ามาเรียนรู้ และสัมผัสการทำงานของเหล่าผู้พิทักษ์ป่า เนื่องในวันผู้พิทักษ์ป่าโลกปีนี้
------------------
#WWFThailand
#TogetherPossible
#WorldRangerDay2020