Photo Essay | WWF

What would you like to search for?

Photo essay

All images part of the photo essay collection were taken by award winning photographer Baramee Temboonkiat in the north of Thailand

The image shows spraying of pesticides in a monoculture maize plantation in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, which causes many hazards. In addition to direct exposure of chemical substances to the farmer’s respiratory tract, the spraying at head level also spreads the chemical substances into the air. If it rains, the chemical substances in the maize fields will be washed down to Mae Chaem River, which makes up 40 percent of Ping River’s volume and is one of the main rivers flowing into the Chao Phraya River, leading to soil, water and air pollutions.

ดังภาพคือการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในไร่ข้าวโพดเชิงเดี่ยวในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ก่อให้เกิดมิติความอันตรายหลายด้าน ซึ่งการพ่นสารเคมีในระดับสูงเท่าศีรษะนั้นนอกจากทำให้เกษตรกรได้รับสารเคมีผ่านเข้าทางเดินหายใจโดยตรง ยังทำให้สารเคมีฟุ้งกระจายในอากาศ และหากมีฝนตกลงมา สารเคมีในไร่ข้าวโพดก็จะถูกชะล้างลงสู่แม่น้ำแม่แจ่ม ซึ่งมีปริมาณน้ำเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของแม่น้ำปิง และเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ยังผลให้เกิดมลพิษทั้งทางดิน น้ำ และอากาศ

The condition after a hail storm on the farmlands of Mae Chaem District, Chiang Mai Province. It took only 5 minutes for the hails to completely destroy the nurseries which farmers had prepared for planting sweet peppers, resulting in hundreds of thousands Baht of damage to each household. Even worse, some nurseries, which had not yet been planted with sweet pepper seedlings, did not receive reasonable compensation from the government.

สภาพหลังจากพายุลูกเห็บถาโถมเข้าใส่พื้นที่ทำเกษตรของอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเหล่าลูกเห็บใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการทำลายโรงเรือนที่เกษตรกรเตรียมไว้สำหรับปลูกพริกหวานจนย่อยยับ กระทั่งก่อให้เกิดความเสียหายนับแสนบาทต่อครัวเรือน ซ้ำร้ายบางโรงเรือนที่ยังไม่ได้ลงกล้าพันธุ์พริกหวาน กลับยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐอย่างสมเหตุสมผลอีกด้วย


Sweet pepper farmers in Mon Chaem District, Chiang Mai Province cleaning up their greenhouses in the aftermath of the hail storm that caused severe damages. The intensity of this hail storm could be measured by the amount of water from melted hails that remained on the roofs of the nurseries to the level that some pillars could not bear the weight and has bent

เกษตรกรผู้ปลูกพริกหวานในอำเภอม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กำลังจัดการเก็บกวาดภายในโรงเรือนหลังจากพายุลูกเห็บถล่มเข้าใส่จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก ความรุนแรงของพายุลูกเห็บคราวนี้วัดได้จากปริมาณน้ำของลูกเห็บที่ละลายและขังอยู่บนหลังคาโรงเรือน กระทั่งเสาบางต้นรับน้ำหนักไม่ไหวจึงโอนเอน


Ant eggs are a natural ingredient that has become a major source of income of villagers in the North. However, monoculture farming that has encroached on all areas, particularly in Northern Thailand, has drastically decreased the quantity of ant eggs due to the usage of pesticides and chemical substances. As a result, competitions in finding ant eggs presently occur in many communities leading the price to increase to over one thousand Baht per kilogram.

ไข่มดแดง คือวัตถุดิบจากธรรมชาติที่กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้านทางภาคเหนือ ทว่าการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่รุกเข้าสู่ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือของไทย กลับทำให้ปริมาณไข่มดแดงลดลงไปอย่างน่าใจหายจากการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี ปัจจุบันจึงเกิดการแย่งหาไข่มดแดงขึ้นในหลายชุมชน และส่งให้ราคาของมันพุ่งไปแตะที่กิโลละกว่าพันบาท


The high angle view of Wat Phra That Khao Noi in Nan Province reflects the problem of smog spreading over Nan. Although it looks like fog, it is in fact the dust from agriculture burning for the purpose of plowing by monoculture farmers in the plateau areas of Nan Province, especially in maize plantations that covers tens of thousands rais of land.

ภาพมุมสูงจากวัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน สะท้อนให้เห็นปัญหาหมอกควันที่แผ่ปกคลุมตัวเมืองน่านจนมีลักษณะคล้ายกับหมอก ทว่าแท้จริงแล้วเป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากการเผาไร่เพื่อปรับหน้าดิน ของเกษตรกรผู้ทำเกษตรเชิงเดี่ยวในที่ราบสูงของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะการทำไร่ข้าวโพดที่กินพื้นนับหมื่นไร่


'Chilies' are one of the agricultural products that have the highest amount of chemical residue in the country, especially the popular species like the super-hot which besides the high gains also responds well to chemical substances. Nevertheless, there is a concern that, since chili is the main ingredient for Thai foods in all regions, it is therefore more difficult every day to avoid chemical contaminated foods although such foods are defined as healthy.

‘พริก’ นับเป็นสินค้าเกษตรที่มีปริมาณสารเคมีตกค้างลำดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์ยอดนิยมอย่างซูเปอร์ฮอต ที่นอกจากจะให้ผลผลิตมาก ยังตอบสนองต่อสารเคมีได้ดี ทว่าเรื่องน่าเป็นห่วงก็คือ ในเมื่อพริกคือวัตถุดิบสำคัญของอาหารไทยทุกภาค การหลีกเลี่ยงอาหารเจือปนสารเคมีจึงทำได้ยากขึ้นทุกวัน แม้จะเป็นอาหารที่นิยามว่าเป็นเมนูสุขภาพก็ตาม


Although Nan Province is known as a province of monoculture farming that uses the most agrochemicals in the country, a conservation group called 'Jorb Plien Nan (Spade changing Nan)' is working to turn the ‘bald mountains’ into the rich watershed forests again through collective efforts by farmers who mutually see the problem.

แม้จังหวัดน่านจะได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว และใช้สารเคมีมากที่สุดในประเทศ ทว่าในอีกมุมหนึ่งยังมีกลุ่มอนุรักษ์ ‘จอบเปลี่ยนน่าน’ ทำงานเคลื่อนไหวเพื่อพลิกฟื้นพื้นที่เขาหัวโล้นให้กลับมาเป็นป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านการร่วมแรงรวมใจของเกษตรกรผู้มองเห็นปัญหาตรงกัน


Farmers in the local tomato farms, which are now industrial farms, are harvesting their produce which was sprayed with agro-chemically only a few days ago while carrying their children. This reflects the hazards of chemical substances, through inhalation and direct contact, which affect both the upstream people like the farmers’ families and the downstream people like consumers in the city.
เกษตรกรในไร่มะเขือเทศพื้นบ้านที่ปัจจุบันกลับกลายเป็นการปลูกเชิงอุตสาหกรรม กำลังเร่งเก็บผลผลิตที่เพิ่งผ่านการฉีดพ่นสารเคมีเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ขณะมือข้างหนึ่งกำลังโอบอุ้มบุตรไว้แนบตัว สะท้อนให้เห็นความอันตรายจากสารเคมีทั้งจากการสูดดมและสัมผัสทางตรง ที่กระทบต่อทั้งคนต้นน้ำอย่างครอบครัวเกษตรกรเอง จนถึงคนปลายน้ำอย่างผู้บริโภคในเมืองใหญ่


A youth from the organic farming areas of Nan Province with ripe mulberry fruit that can be eaten safely due to its chemical free nature. These organic farming areas are expanding and are a small beacon of hope for Nan Province, which is mostly known for its monoculture agriculture areas with the highest use of agrochemicals in the country.


เยาวชนในพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ณ จังหวัดน่านกับผลหม่อนสุก ที่สามารถเก็บกินได้อย่างปลอดภัยเนื่องจากไร้สารเคมี โดยพื้นที่เกษตรอินทรีย์เหล่านี้กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นความหวังเล็กๆ ในจังหวัดน่านที่ได้ชื่อว่ามีพื้นที่การทำเกษตรเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีมากที่สุดในประเทศในปัจจุบัน


A truck transporting chemical substances heading towards Chalerm Phra Kiat District, which Has the reputation of using the most agro-chemicals when compared to all other districts in Nan Province. What is worrisome is that Chalerm Phra Kiat District is an upstream district on the Nan River which flows into the Chao Phraya River. The heavy use of chemical substances in this area therefore unavoidably has widespread impacts

รถบรรทุกสารเคมีกำลังมุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งขึ้นชื่อว่าใช้สารเคมีในการเพาะปลูกมากเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับทุกอำเภอในจังหวัดน่าน เรื่องน่าหวั่นใจก็คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรตินับเป็นอำเภอต้นน้ำของแม่น้ำน่าน ซึ่งไหลรวมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา การใช้สารเคมีอย่างหนักในบริเวณนี้จึงส่งผลกระทบร้ายแรงเป็นวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


Corn seeds mixed with fungicide can be easily spotted by the pink, red or yellow powder coat on them. This is part of the contract farming whereby major agribusinesses will usually sell the seeds coated with fungicide and chemical substances to the farmers, hence creating a cycle of monoculture farming contaminated with chemical substances that destroys the environment.

เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดผสมยาฆ่าเชื้อรา สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าง่ายๆ ว่าเป็นผงสีชมพู สีแดง หรือสีเหลืองเคลือบอยู่บนเมล็ดพันธุ์ ซึ่งคือส่วนหนึ่งของเกษตรพันธสัญญา ที่บริษัทรับซื้ออาหารสัตว์รายใหญ่มักขายเมล็ดพันธุ์คลุกยาฆ่าเชื้อราพ่วงด้วยสารเคมีในการผลิตให้กับเกษตรกรในสังกัด กระทั่งเกิดเป็นวงจรการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล


The atmosphere of a market In Chiang Mai where local vegetables are being sold. Presently, many kinds of local vegetables are becoming industrial vegetables due to the rising demand in the market. For example Centella Asiatica, which according to a survey, was found to be almost one hundred percent contaminated with chemical substances. The picture shows a set of 'mixed vegetables' used to cook local Lanna dishes such as Kang Hoe similar to the ready food sets sold in supermarkets.

บรรยากาศการขายผักพื้นบ้านในตลาดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยปัจจุบันผักพื้นบ้านหลายชนิดได้กลายเป็นผักเชิงอุตสาหกรรมเนื่องจากความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงขึ้น อาทิ ใบบัวบก ที่มีผลสำรวจว่ามีปริมาณสารเคมีปนเปื้อนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และดังภาพคือการจัดชุด ‘ผักรวม’ เพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารพื้นเมืองล้านนาอย่างแกงโฮะ ไม่ต่างจากการจัดชุดอาหารสำเร็จในซูเปอร์มาร์เก็ต



The villagers were 'winnowing' red ant eggs out of the red ants in order to sell the eggs, which has a wholesale value of over one thousand Baht per kilogram, to fresh food markets. Ant eggs are regarded as a seasonal food of the summer, which is the same period where fields are plowed through burning burnt, which requires dry air found between March and April. We therefore often see ant eggs hunting alongside field burning as well as the haze problem all over Northern provinces

ชาวบ้านกำลัง ‘ฝัด’ ตัวมดแดงให้หลุดออกจากไข่มดแดง เพื่อนำไข่มดแดงที่มีมูลค่าถึงกิโลละกว่าพันบาทส่งขายในตลาดสด โดยไข่มดแดงนั้นนับเป็นอาหารตามฤดูกาลของหน้าร้อน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับการเผาไร่เพื่อปรับหน้าดินที่ต้องอาศัยอากาศแห้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เราจึงมักเห็นกิจกรรมการตามล่าหาไข่มดแดงควบคู่ไปกับการเผาไร่ และปัญหาหมอกควันที่ปกคลุมอยู่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ


A farmer using a tractor to plow the soil after harvesting in order to prepare land for the next crop growing which will happen in the next few weeks. Most farmers avoid using tractors to plow plateau areas as it consumes more time and money. It is also more difficult than burning which can be easily done on plateaus. However, burning has consequence including haze problems and the destruction of resources like wildlife and plants.

เกษตรกรกำลังใช้รถไถไถกลบหน้าดินหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูกถัดไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยการใช้รถไถกลบในที่ดอนนั้นนับเป็นวิธีการที่เกษตรกรส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง เนื่องจากใช้เวลาและต้นทุนมากกว่า ทั้งยังทำได้ยากการว่าเผาที่สามารถทำในที่ราบสูงได้สะดวก ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคือปัญหาหมอกควัน รวมถึงการทำลายทรัพยากรทั้งสัตว์ป่าและพันธุ์พืช


A trader in the agricultural wholesale market in Chiang Mai Province picking off cabbage leaves that were eaten by worms before delivery to the city, which will gradually be sent throughout the country. Cabbage is an agricultural product that is beginning to be grown more organically. However, when the problem of insects eating cabbage leaves arises, it leads to trimming before selling which results in food waste that is not used for any further benefit.

แม่ค้าในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่กำลังริดใบกะหล่ำปลีที่ถูกหนอนเจาะกิน เพื่อส่งขายยังตัวเมืองและทยอยส่งต่อไปยังทั่วประเทศ โดยกะหล่ำปลีนับเป็นสินค้าเกษตรที่เริ่มมีการปลูกแบบอินทรีย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเมื่อเกิดปัญหาแมลงลงกัดกินใบกะหล่ำปลี ก็ทำให้เกิดการตัดแต่งเพื่อส่งขายซึ่งทำให้เกิดอาหารเหลือทิ้ง (Food waste) ที่มักไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อแต่อย่างใด


Uneaten citrus fruits which were disposed at the agricultural wholesale market in Chiang Mai Province demonstrate the food waste problem in the industrial system. The Pollution Control Department reported that over 64 percent of solid waste in Thailand are food waste, most of which are caused by the poor management of agricultural products and the failure to see comprehensive environmental problems.

ผลส้มถูกทิ้งทั้งที่ยังไม่ได้บริโภคในตลาดขายส่งสินค้าเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนให้เห็นปัญหาอาหารที่สูญหายไปในระบบอุตสาหกรรม (Food waste) โดยกรมควบคุมมลพิษรายงานว่าขยะมูลฝอยในประเทศไทยนั้นเป็นขยะที่มาจากอาหารเหลือทิ้งกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากระบบการจัดการสินค้าเกษตรที่ไม่รัดกุม รวมถึงการมองไม่เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาพใหญ่ร่วมกัน


Many local vegetables are sold in the community markets of Chiang Mai Province. Pictured are vegetable fern, mushroom and vegetables planted along the fence or collected from the nearby forest to put up for sale in limited quantities. Most of these vegetables are seasonal vegetables, free of chemical substances that accelerate their production, and are cheap due to the lack of chemical costs. They are also products from the neighborhood and require only small transportation costs.

ผักพื้นบ้านจำนวนมากที่ถูกนำมาวางขายในตลาดชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่ ดังภาพคือผักกูด เห็ดกระด้าง และพืชผักที่ปลูกริมรั้วหรือเก็บจากป่าละแวกใกล้เคียงเพื่อนำมาวางขายในจำนวนจำกัด โดยผักพื้นบ้านเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผักที่หมุนเวียนตามฤดูกาล ปลอดจากสารเคมีในการเร่งผลิต และราคาถูก เนื่องจากไม่มีต้นทุนเรื่องสารเคมี อีกทั้งยังเป็นผลผลิตในพื้นที่ใกล้เคียงจึงไม่มีต้นทุนค่าขนส่งมากนัก



A chemical supply shop in Nan Province which operates openly in a wholesale market. Presently, most farmers in Nan Province are in a rush to expand their industrial plantations to a full scale. This is the result of support from large investors for farmers to grow monoculture crops, especially maize, in order to process into animal feed and increase export earnings for industrial food products, in accordance with the policy pushing forwards the ‘Thailand: Kitchen of the World’ agenda by leaps and bounds.

ร้านเคมีภัณฑ์ในจังหวัดน่านที่เปิดขายอย่างเอิกเกริกในตลาดค้าส่ง โดยปัจจุบันเกษตรกรในจังหวัดน่านส่วนใหญ่ต่างเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกเชิงอุตสาหกรรมเต็มกำลัง เป็นผลมาจากนายทุนรายใหญ่สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยเฉพาะข้าวโพดเพื่อเปลี่ยนเป็นอาหารสัตว์ และเพื่อเพิ่มรายได้การส่งออกให้กับผลิตภัณฑ์อาหารเชิงอุตสาหกรรม ตามนโยบายผลักดันให้เมืองไทยเป็นครัวโลกอย่างก้าวกระโดด


Tobacco farmers in Nan Province expediently harvesting the products to sell to major tobacco companies. Tobacco is a popular plant that rice farmers in Nan likes to grow later on in the year after the rice season. Currently, there are more than 3,000 rais of tobacco farmlands in Nan Province. Most of them are provided with pesticide, fertilizer, and seeds from abroad through big investors that concentrate on quick profits from this agricultural product

เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในจังหวัดน่าน กำลังเร่งเก็บผลผลิตเพื่อส่งขายให้กับบริษัทยาสูบรายใหญ่ ซึ่งยาสูบนั้นเป็นพืชที่ชาวน่านนิยมปลูกหลังฤดูทำนาข้าวช่วงปลายปี โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกใบยาสูบกว่า 3 พันไร่ในจังหวัดน่าน และส่วนใหญ่ได้รับแรงสนับสนุนทั้งยา ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ยาสูบจากต่างประเทศ ผ่านนายทุนใหญ่ อาทิ โรงบ่มยาสูบ ที่มุ่งหวังผลกำไรแบบด่วนได้จากสินค้าเกษตรชนิดนี้


Freshwater fishes in a fresh food market, mostly from the Nan River, which are no assured to be chemical free despite of being from a natural water source. The inspection by the National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards found that most fish from the Nan River are contaminated with more than 50 micrograms of 'Glyphosate', which is an absorbent kind of herbicide. This amount is considered harmful to health. [1]

ปลาน้ำจืดจำนวนมากในตลาดสด ซึ่งส่วนใหญ่จับได้จากแม่น้ำน่าน ทว่ากลับไม่สามารถรับรองได้ว่าปราศจากสารเคมีปนเปื้อนแม้จะเป็นผลผลิตจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติก็ตาม เพราะจากการตรวจสอบโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติพบว่า ปลาจากแม่น้ำน่านส่วนใหญ่ปนเปื้อนสาร ‘ไกรโฟเซต’ ซึ่งเป็นยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึมมากกว่า 50 ไมโครกรัม ซึ่งถือเป็นระดับที่อันตรายต่อสุขภาพ [1]


Soybean in Nan Province is another important economic crop preferred by farmers in the North because of its fast yields and continual purchases by investors. However, the monoculture soybean farming creates negative impacts on the environment on various dimensions, such as nutrients depletion of the soil. Moreover, soybean farming on the sloping lands causes soil erosion and soil degradation leading to decreased production in the long run.

ไร่ถั่วเหลืองในจังหวัดน่าน ซึ่งคือพืชเศรษฐกิจสำคัญอีกชนิดที่เกษตรกรทางภาคเหนือนิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตเร็ว และมีนายทุนรับซื้อต่อเนื่อง ทว่าการปลูกถั่วเหลืองเชิงเดี่ยวนั้นส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมในหลายมิติ อาทิ ทำลายธาตุอาหารในดิน อีกทั้งการปลูกถั่วเหลืองบริเวณที่ลาดชันยังทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน กระทั่งทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง ปริมาณของผลผลิตจึงลดลงในระยะยาว


Karen students in Chiang Mai Province having lunch cooked from chemical free materials cultivated in a farmland near the school. This is a self-made food safety initiative which educates both children and local residents about nature-based agriculture, which is much more sustainable than chemical usage that is harmful to health and the environment

เด็กนักเรียนชาวปกาเกอะญอในจังหวัดเชียงใหม่ กำลังรับประทานมื้อกลางวันที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบปลอดสารเคมีที่เพาะปลูกในแปลงเกษตรใกลักับโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มการสร้างอาหารปลอดภัยด้วยตัวเอง ผ่านการปลูกฝังให้ทั้งเด็กและคนในพื้นที่เรียนรู้การทำเกษตรโดยอิงหลักธรรมชาติซึ่งยั่งยืนกว่าการใช้สารเคมีที่บั่นทอนทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหลายเท่า


Farmers quality grade organic passion fruit from the Nuea Mork Farm in Chiang Mai Province to be exported to other countries and sold to markets in the capital. Nuea Mork Farm has an interesting model includes community tourism, and purchase of organic products from villagers in the neighborhood, which are subsequently sold to consumers in compliance with international standards.

เกษตรกรกำลังคัดคุณภาพเสาวรสอินทรีย์ จากไร่เหนือหมอก ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งขายยังต่างประเทศและตลาดสินค้าเกษตรในเมืองหลวง โดยไร่เหนือหมอกนับเป็นโมเดลการทำเกษตรอินทรีย์ที่น่าสนใจ ผ่านทั้งการท่องเทียววิถีชุมชน ร่วมถึงส่งเสริมและรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากชาวบ้านละแวกใกล้เคียง จากนั้นจึงจัดการส่งต่อจนถึงมือของผู้บริโภคอย่างมีมาตรฐานสากล



Passion fruit juice, a product from organic passion fruits of Nuea Mork Farm in Chiang Mai Province is another kind of profitable product in addition to the fresh passion fruits. It also helps to extend the storage life of passion fruits and adds another level of value to organic products in the network. Nuea Mork Farm is quickly pushing forward community tourism for external visitors to learn and share knowledge regarding sustainable ways of life through organic farming.

น้ำเสาวรส ผลิตภัณฑ์แปรรูปจาเสาวรสอินทรีย์ของไร่เหนือหมอก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสินค้าทำกำไรอีกชนิดนอกเหนือจากผลเสาวรสสด ทั้งยังช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลเสาวรสให้นานขึ้น และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอินทรีย์ในเครือข่ายขึ้นอีกระดับ ปัจจุบันไร่เหนือหมอกกำลังเร่งผลักดันการท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวภายนอกเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตอย่างยั่งยืนผ่านการทำเกษตรอินทรีย์


The 'Ordination of Trees' ritual at the road connecting Mae Chaem District and Mae Na Chorn sub-district in Chiang Mai Province. The ‘Ordination of Trees’ is a way for Lanna residents to reduce deforestation by linking Buddhism beliefs with environmental conservation. Most often it is done with big trees in the watershed forest because villagers believe that destruction of the ordained trees will bring evils to the destroyers.

พิธีกรรมการ ‘บวชต้นไม้’ บริเวณถนนเชื่อมระหว่างอำเภอแม่แจ่ม ไปยังตำบลแม่นาจร จังหวัดเชียงใหม่ อนึ่ง การบวชต้นไม้นั้นเป็นกุศลโลบายของชาวล้านนาที่เกิดขึ้นเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ผ่านการผูกโยงความเชื่อทางพุทธศาสนาเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่วนมากมักทำกับต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเติบโตอยู่บริเวณป่าต้นน้ำ โดยชาวบ้านเชื่อว่าต้นไม้ใดที่บวชแล้วถูกโค่นลงจะเกิดสิ่งเลวร้ายขึ้นกับผู้ทำลายเอง


A picture of monk ropes tied to big trees at the road to Mae Na Chorn District in Chiang Mai Province. The robes are part of a tree ordination ritual to preserve big trees in the watershed forests. The process of ordination must be conducted by a monk or a spiritual leader of the community. It is linked to religious beliefs as a way to build up a faith that could shield those trees. Nowadays, we can see the tree ordination rituals in the watershed forests all over the country.

ภาพจีวรพระสงฆ์ที่พันผูกอยู่กับต้นไม้ใหญ่ทางไปอำเภอแม่นาจร จังหวัดเชียงใหม่ โดยจีวรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมบวชต้นไม้เพื่อรักษาต้นไม้ใหญ่ในป่าต้นน้ำ ซึ่งขั้นตอนการบวชนั้นต้องนำโดยพระสงฆ์หรือผู้นำทางจิตวิญญาณของชุมชน เป็นการผูกโยงความเชื่อทางศาสนาเพื่อสร้างความศรัทธาไว้เป็นเกราะกำบังต้นไม้ต้นนั้น และในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นพิธีกรรมบวชต้นไม้ได้ตามป่าต้นน้ำใหญ่ทั่วประเทศ


A farmer presenting the 'Super Hot' species of chili which have been favorably planted in the North and the Northeast over the past several years. The extraordinary characteristics of this species include its fast yields (harvest period after 60-70 days), strong stems, and storability without the stalk going rotten. Most importantly, it reacts very well to chemical substances with accelerated growth. As such farmers in many Northern provinces prefer growing the Super Hot chili as a monoculture plant in parallel with maize and tobacco production.

เกษตรกรนำเสนอพริกสายพันธุ์ ‘ซูเปอร์ฮอต’ ที่ทางภาคเหนือและอีสานกำลังนิยมปลูกในระยะหลายปีมานี้ โดยลักษณะพิเศษของพริกพันธุ์นี้อยู่ตรงให้ผลผลิตเร็ว (ระยะเก็บเกี่ยว 60-70 วัน) ลำต้นเเข็งแรง ผลสดเก็บได้นานโดยขั้วไม่เน่า ที่สำคัญคือตอบสนองกับสารเคมีในการเร่งผลิตได้ดีมาก เกษตรกรในหลายจังหวัดภาคเหนือจึงนิยมปลูกพริกซูเปอร์ฮอตเป็นพืชเชิงเดี่ยวควบคู่ไปกับการปลูกข้าวโพดและใบยาสูบ


Banana stalks sold at a fresh food market in Chiang Mai Province. Banana stalks are a popular local raw material used in many of Lanna’s local dishes such as banana stalk curry, a delicate curry full of spices with banana stalk as the main ingredient. The result of a research revealed that the banana tree is requires low use chemical substances due to its easy propagation, its easy care, less disturbance by insects, and its usefulness in moisturizing the soil.

หยวกกล้วย (แกนของต้นกล้วย) ที่ขายอยู่ในตลาดสด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหยวกกล้วยนั้นนับเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านยอดนิยมในอาหารล้านนาหลายชนิด อาทิ แกงหยวกกล้วย แกงน้ำขลุกขลิกที่อุดมด้วยเครื่องเทศรสจัดจ้านที่มีหยวกกล้วยเป็นตัวชูโรง โดยจากผลวิจัยพบว่าต้นกล้วยนั้นเป็นพืชที่มีอัตราการใช้สารเคมีที่ถือว่าต่ำ เพราะกล้วยขยายพันธุ์ไว ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน และยังช่วยบำรุงให้ดินชุ่มชื้นขึ้นได้อย่างดี


Mae Chaem River adjacent to a monoculture maize farm reflects the risk of chemical contamination of water sources. The Mae Chaem River is 160 km. long and is the upstream of the Ping River and the Chao Phraya River. It is also a major source of water used by 5 tribes including Thai Nuea, Karen, Lawa, Hmong, and Lisu. It can therefore be said that chemical contamination in the Mae Chaem River constitutes a widespread impact for all people from the upstream to the downstream in the Capital.

แม่น้ำแม่แจ่มที่ติดอยู่กับไร่ข้าวโพดเชิงเดี่ยว สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการปนเปื้อนของสารเคมีสู่แหล่งน้ำ โดยแม่น้ำแม่แจ่มนั้นมีความยาวถึง 160 กิโลเมตร เป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิง และแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังเป็นแหล่งน้ำใช้น้ำกินสำคัญของ 5 ชนเผ่า คือ ไทยเหนือ กะเหรี่ยง ละว้า ม้ง ลีซอ จึงพูดได้ว่าการปนเปื้อนสารเคมีในแม่น้ำแม่แจ่มนั้นส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งคนที่อยู่ต้นน้ำเอง ไล่เรื่อยมาจนถึงปลายน้ำในเมืองหลวง


Food scraps an almshouse in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, reflects the waste of food resources. At present, some of the population in Mae Chaem District brings raw materials or food waste from either the temple, the almshouse, or the garbage yard for use in animal husbandry or as fertilizer. However, that is just a means to an end since the amount of food waste still increases daily.

เศษอาหารเหลือทิ้งในโรงทานแห่งหนึ่งในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนการสูญเสียทรัพยากรอาหารอย่างเปล่าเปลือง โดยในปัจจุบันประชากรในอำเภอแม่แจ่มบางส่วนได้จำวัตถุดิบหรือเศษอาหารเหลือจากทั้งวัด โรงทาน หรือโรงเก็บขยะไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์หรือทำปุ๋ยต่อไป ทว่านั่นก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาปลายทางเท่านั้น เพราะปริมาณอาหารเหลือทิ้งในแต่ละวันยังคงอยู่และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกวัน


Farmers in Nan Province mobilizing efforts to dig the 'Klong Saikai', which is a method of moisturizing the arid lands of the ‘bald mountains’ by building a pond on the highland and dredge a small canal downhill that curls like an intestine to the lowland. The water will then gradually permeate through the Saikai Canal and slowly moisturize the soil. It is a way to nourish the soil by using natural water pressure to restore the watershed forests to be grassy again

เกษตกรในจังหวัดน่านกำลังระดมแรงขุด ‘คลองไส้ไก่’ วิธีการในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนดินอันแห้งแล้งของเขาหัวโล้น ผ่านหลักการสร้างบ่อน้ำไว้บนที่สูง แล้วขุดลอกคลองเส้นเล็กๆ หมุนวนลักษณะเหมือนลำไส้เลาะเนินเขาลงมาจนถึงพื้นราบ จากนั้นน้ำจะค่อยๆ ไหลซึมผ่านคลองไส้ไก่และแผ่ความชื้นสู่ดินอย่างช้าๆ เป็นวิธีการบำรุงดินโดยใช้แรงดันน้ำตามธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำให้กลับมาเขียวชอุ่มอีกครั้ง


Villagers in Nan Province helping to bring the barks and the corncobs, which are the yields after harvesting, to cover the soil on the ‘bald mountain’ before pouring it with liquid compost. These are the ways to keep the arid soil moisturized after monoculture farming and deforestation under the environmental rehabilitation project called 'Converting Barks into Fertilizers' that is advocating to reforest the ‘bald mountains’ in Nan Province

ชาวบ้านในจังหวัดน่านกำลังช่วยกันนำเปลือกและซังข้าวโพดที่เป็นผลผลิตหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวมาคลุมหน้าดินบนภูเขาหัวโล้น ก่อนนำปุ๋นน้ำหมักมาราดลงไปอีกชั้น ซึ่งเหล่านี้เป็นวิธีการรักษาความชุ่มชื้นให้กับดินที่แตกระแหงหลังการทำเกษตรเชิงเดี่ยว หรือการบุกรุกแพ้วถางป่า ของโครงการพื้นฟูสิ่งแวดล้อม ‘เปลี่ยนเปลือกให้เป็นปุ๋ย’ ที่กำลังเคลื่อนไหวเพื่อให้สภาพเขาหัวโล้นในจังหวัดน่านกลับมาเป็นป่าต้นน้ำอีกครั้ง


A farmer in Nan Province carrying barks and corncobs to cover the soil of the bald mountain to moisturize the soil. Normally, the barks and corncobs are disposed by burning resulting in smoke and air pollutants such as haze that affects the respiratory system and blood vessels of the population in the North, for example coronary artery disease, which is increasing every year.

เกษตรกรในจังหวัดน่านกำลังขนเปลือกและซังข้าวโพดมาเพื่อคลุมหน้าดินของภูเขาหัวโล้น เพื่อบำรุงรักษาดินให้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง โดยปกติส่วนเปลือกและซังข้าวโพดนั้นจะถูกกำจัดด้วยการเผาทำลาย ทำให้เกิดฝุ่นควันและกลายเป็นมลพิษทางอากาศ อาทิ ปัญหาหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดของประชากรในภาคเหนือ อาทิ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทุกปี


Large tree stumps after the field was burnt to open the soil surface, which is a popular activity in the summer as the low humidity of the ground makes it quick and easy to do so. This reflects the bare forest areas that were destroyed to make way for monoculture agriculture, mainly maize because it is a plant that consumes less water and can be planted on sloped lands. Additionally, it can be harvested quickly and there are investors waiting to buy them to be converted into animal feed. Unfortunately, the consequence is the loss of forest areas

ตอไม้ใหญ่หลังจากการเผาไร่เพื่อเปิดหน้าดินที่นิยมทำกันในฤดูร้อน เนื่องจากความชื้นในดินต่ำ การทำเลยทำได้ง่ายและเร็ว สะท้อนให้เห็นความโล่งเตียนของพื้นที่ป่าที่ถูกโค่นลงเพื่อทำเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่คือข้าวโพด เพราะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย จึงสามารถปลูกบนที่ลาดชันได้ อีกทั้งยังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วและมีนายทุนรอรับซื้อเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นอาหารสัตว์อยู่ตลอด ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมากลับคือพื้นที่ป่าที่หายไป



A picture of forest fire spreading in the areas of ‘bald mountains’ in ​​Nan Province caused by the burning of farmlands to open the soil surface for the next planting. We often see wildfires at night because farmers like to burn their fields after the dew has dried, which is from late morning until late afternoon. If the firebreaks are not sufficiently secured, the fire can flame out at night which is dangerous to both wildlife and humans.

ภาพไฟป่ากำลังลุกลามอยู่บริเวณภูเขาหัวโล้นในจังหวัดน่าน อันเป็นผลมาจากการเผาไร่เพื่อเปิดหน้าดินสำหรับการเพาะปลูกในรอบถัดไป โดยที่เรามักพบไฟป่าร้อนระอุในยามค่ำคืนนั้นเป็นเพราะเกษตรกรนิยมเผาไร่กันตอนหลังน้ำค้างแห้งแล้ว นั่นคือช่วงสายเรื่อยไปจนถึงก่อนค่ำ และหากทำแนวกันไฟไม่แน่นหนา การเผาในช่วงเย็นก็จะลุกลามจนกลายเป็นเพลิงสว่างไสวในยามค่ำคืน อันตรายต่อทั้งสัตว์ป่าและมนุษย์


This fire caused by the burning fields in Chiang Mai Province reflects the result of monoculture agriculture that urges farmers to constantly burn their fields to open soil surfaces. According to an assessment by the Sustainable Development Foundation (Northern Region), Chiang Mai has ​​had 3 million rais of land on fire whilst the government’s figure is only twenty to thirty thousand rais. This discrepancy is why the fire and smog problems to remain unsolved. .


ไฟจากการเผาไร่กำลังลุกโชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนผลลัพธ์จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่เร่งเร้าให้เกษตรกรต้องเผาไร่เพื่อเปิดหน้าดินอยู่เสมอ โดยจากการประเมินของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่เกิดไฟใหม่ถึง 3 ล้านไร่ ทว่าตัวเลขจากภาครัฐกลับระบุเพียง 2-3 หมื่นไร่เท่านั้น ตัวเลขที่ไม่ตรงกันนี้ทำให้การแก้ปัญหาการเผาและหมอกควันยังคงเรื้อรังจนถึงปัจจุบัน


Flames from the burning of land to open soil surfaces for maize plantations crossing the firebreaks into the forest. One reason that farmers have to encroach on forests for monoculture maize farming is because most of them do not have own lands. The forest areas thus have become a major area of cultivation. As long as big investors purchase corn seeds at high price for processing into animal feed with no conditions that they will not buy corns grown in the forest areas, the problems of forest burning and smog will continue to exist without any relief.

เปลวเพลิงจากการเผาเปิดหน้าดินเพื่อทำไร่ข้าวโพดกำลังกินเขตแนวกันไฟเข้าไปในป่า โดยสาเหตุหนึ่งที่เกษตรกรต้องรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวนั้น เป็นเพราะส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเอง พื้นที่ป่าจึงกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ ยิ่งเมื่อได้รับแรงหนุนจากนายทุนรายใหญ่ที่กว้านซื้อเมล็ดข้าวโพดในราคาสูงเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ และยังไม่มีผู้ซื้อรายใดยอมระบุข้อแม้ว่าจะไม่รับซื้อข้าวโพดในพื้นที่ป่า ปัญหาการเผาและหมอกควันจึงยังคุกรุ่นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง


A monoculture corn farmer spraying agrochemicals into the agricultural plots. The use of such agriculture method is spreading from the North to the Northeast and the Central Regions. Presently, there are over 7 million rais of maize farms planted with heavy chemical substances throughout the country. There are over 4 hundred thousand farming households in the cycle of contract farming. Although it is not a large number if compared to the total number of farmers in the country, the concern however is that this group of farmers is the main force in the food production, accounting for 80 percent of production in the country.

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวขณะกำลังฉีดพ่นสารเคมีลงแปลงเกษตร สะท้อนภาพของการทำเกษตรลักษณะนี้ที่กำลังลุกลามจากภาคเหนือ สู่ภาคอีสาน และภาคกลาง กระทั่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดหนักสารเคมีเช่นนี้กว่า 7 ล้านไร่ทั่วประเทศ และมีเกษตรกรผู้เข้ามาอยู่ในวงจรของเกษตรพันธสัญญากว่า 4 แสนครัวเรือน แม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่มากเมื่อเทียบกับเกษตรกรทั้งประเทศ ทว่าเรื่องน่ากังวลก็คือเกษตรกรกลุ่มนี้คือกำลังหลักในการผลิตอาหารราว 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ


Dust from corn milling before entering the animal feed industry. This is a result of the acceleration of production to meet the current demand of the growing animal feed market. Despite the farmers’ income increasing due to the rising price of corn seeds to 9 Baht per kilogram, the negative effect is the endless accumulation of debts since the monoculture farming on plateaus is heavily dependent on agrochemicals. It is estimated that 1 rai of corn plantation requires more than 100 kilograms of chemical fertilizer and 1 liter of herbicide

ฝุ่นละอองขณะกำลังสีเมล็ดข้าวโพดก่อนเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ อันเกิดจากการเร่งผลิตเพื่อสนองตลาดอาหารสัตว์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน และแม้รายได้ของเกษตรกรจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาของเมล็ดข้าวโพดที่พุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 9 บาท ทว่าผลด้านลบก็คือหนี้สินที่พอกพูนอย่างไม่รู้จบ เนื่องจากการทำไร่เชิงเดี่ยวบนที่สูงนั้นต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิตอย่างหนัก โดยจากการประเมินพบว่าไร่ข้าวโพด 1 ไร่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีกว่า 100 กิโลกรัม และใช้ยาฆ่าหญ้าถึง 1 ลิตร


Villagers in Chiang Mai Province were buying raw materials from a 'Poompuang Truck,' a pickup truck that sells fresh food to small rural villages. This Poompuang Truck explicitly reflects the condition of food insecurity because most of the products in the truck are of industrial agriculture that the vendors purchased from large wholesale markets to be sold at cheap retail prices. While most consumers in the rural areas have both the lands and the environment conducive to food production, they somehow still have to depend on the food with heavy chemical substances.

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเลือกซื้อวัตถุดิบจาก ‘รถพุ่มพวง’ หรือรถกระบะขายอาหารสดที่ลัดเลาะเข้าไปเสนอขายสินค้าตามหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท โดยการเข้ามาของรถพุ่มพวงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางอาหารได้อย่างชัดเจน เพราะสินค้าในรถพุ่มพวงส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ที่พ่อค้าแม่ค้ารับซื้อจากตลาดค้าส่งรายใหญ่ก่อนนำมาแบ่งขายในราคาย่อมเยา ทั้งที่ผู้ซื้อรายย่อยตามชนบทส่วนมากนั้นมีทั้งพื้นที่และสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการผลิตอาหาร ทว่าก็ยังคงต้องพึ่งพาอาหารหนักสารเคมี


Rice terraces in Ban Pa Bong Pieng Village, Mae Chaem District, Chiang Mai Province, which is presently a renowned eco-tourism destination in the North. Community members cooperate in ending the usage of chemical substances in agriculture and shift to organic-based rice terrace farming in order to re-moisturize the soil. The obvious positive outcome is that the number of crabs in the rice fields has increased constantly and the crabs have become a key raw material of 'Pu Juice', which is a special condiment in Lanna cuisine that substantially generates extra income for farmers.

ทิวทัศน์นาขั้นบันไดในพื้นที่บ้านป่าบงเปียง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ขึ้นชื่อของภาคเหนือ ด้วยสมาชิกในชุมชนร่วมใจกันลดละเลิกการใช้สารเคมีในการทำเกษตรและหันมาทำนาขั้นบันไดโดยวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อพลิกฟื้นให้ผืนดินกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง ผลลัพธ์เชิงบวกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ จำนวนปูนาในนาข้าวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของ ‘น้ำปู๋’ เครื่องปรุงสุดพิเศษในอาหารล้านนา ที่สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรเป็นกอบเป็นกำ


Image of rice terraces in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, which is the most common conservative farming found in the North. The rice terrace is suitable for the minimal sloping areas. Its purpose is to reduce the flow of water and the erosion of soil ground. This type of farming also increases additional planting areas in the highlands, especially for rice and garden plants. It is considered a wisdom that can properly reduce the encroachment of forests for making livelihoods.

ภาพนาขั้นบันไดในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวิถีการทำเกษตรเชิงอนุรักษ์ที่พบได้บ่อยทางภาคเหนือ อนึ่ง การทำนาขั้นบันไดนั้นเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่มาก มีเป้าหมายเพื่อลดการไหลบ่าของน้ำ และลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน อีกทั้งการทำนาขั้นบันไดลักษณะนี้ยังช่วยเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกบนที่สูง โดยเฉพาะข้าวไร่และพืชสวนครัว นับเป็นภูมิปัญญาที่ช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำกินลงได้อย่างดี

อ้างอิง/sources
(1) https://www.posttoday.com/social/local/442692

Karen farmers sowing organic fertilizers to nourish the rice in terraces in Mae Chaem District, Chiang Mai Province. Presently, rice terraces are widely employed all over the world, especially in agricultural countries that grow rice in the areas of about 5-30% slope, such as Thailand, China, and Vietnam. Other than decreasing forest encroachment, such rice terraces also promote community tourism, generating extra income for highland farmers.

เกษตรกรชาวชนเผ่าปกาเกอะญอกำลังหว่านปุ๋ยอินทรีย์เพื่อบำรุงข้าวไร่ในพื้นที่นาขั้นบันได ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยปัจจุบันการทำนาขั้นบันไดนั้นแพร่หลายอยู่ทุกมุมโลก โดยเฉพาะในประเทศเกษตรกรรมอย่างไทย จีน และเวียดนาม นิยมทำบริเวณที่พื้นที่มีความลาดชัน 5-30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากการทำนารูปแบบนี้จะช่วยลดการบุกรุกป่า ในอีกแง่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรบริเวณพื้นที่สูงได้อีกทาง

Rice terraces in Chiang Mai Province where most upland rice require little water and are resistant to cold and humid weathers. The characteristic of the upland rice is different from the lowland rice in term of its texture in that it resembles sticky rice. Currently, the total upland rice growing areas, including rice terraces and plain fields, make up about 10 percent [2] of the overall rice growing areas in the country. Upland rice growing tends to expand continuously in correspondence with the spread of the rice terraces in the North.

ภาพนาขั้นบันไดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวไร่ที่ต้องการน้ำในปริมาณไม่มาก ทนต่ออากาศหนาวและชื้น โดยลักษณะของข้าวไร่นั้นมีความแตกต่างจากข้าวนาตรงเนื้อสัมผัสที่คล้ายข้าวเหนียว ปัจจุบันในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวไร่ ทั้งแบบนาขั้นบันได และนาที่ราบรวมแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ [2] ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มขยายพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ ตามการกระจายตัวของนาขั้นบันไดทางภาคเหนือ


Karen farmers are bundling rice sprouts during the growing season, which is from the beginning of the rainy season in May up to June. Ban Pa Bong Pieng’s organic rice terrace mode not only helps solve the problem of forest encroachment in the name of livelihoods creation, but also reflects the opportunity for sustainable development. For example when agricultural areas become eco-tourism destinations and generate income for farmers to develop their quality of life simultaneously.

เกษตรกรชาวปกาเกอะญอกำลังมัดกล้าข้าวในฤดูเพาะปลูก ที่เริ่มตั้งแต่ต้นฤดูฝน ราวเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน โดยโมเดลการทำนาขั้นบันไดด้วยวิถีอินทรีย์ของบ้านป่าบงเปียงนั้น นอกจากช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ป่าเพื่อทำกิน ยังสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน อาทิ เมื่อพื้นที่เกษตรกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กันไป


The amount of solid waste in Chiang Mai Province is increasing every day and more than half of it are food waste or unconsumed agricultural raw materials such as vegetables that do not meet market demands. Each year, Chiang Mai produces 600,000 tons [3] of such waste with. This amount has the tendency to grow along with the amount of consumption in the province.

ปริมาณขยะมูลฝอยในจังหวัดเชียงใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยกว่าครึ่งเป็นขยะจากอาหารเหลือทิ้ง หรือวัตถุดิบทางการเกษตรที่ไม่ถูกบริโภค อาทิ ผักที่ไม่ได้ขนาด หรือมีลักษณะไม่ตรงตามที่ตลาดสินค้าอุตสาหกรรมต้องการ ซึ่งในแต่ละปีจังหวัดเชียงใหม่ผลิตขยะจำพวกดังกล่าวถึงปีละ 6 แสนตัน [3] ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณการบริโภคของประชากรในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


Shopping in a Chiang Mai Province morning market where the agricultural products put up for sale are a combination of industrial-oriented products and agricultural products that are planted in villagers’ own fields. What is interesting is that, even though most people in the areas have their own lands to make a living, the shopping for raw materials is still lively every morning. This is a contradiction that clearly reflects the unsustainable way of life in the industrial system.

ภาพการจับจ่ายสินค้าในตลาดเช้า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสินค้าเกษตรที่วางแผงขายนั้นผสมผสานระหว่างสินค้าเกษตรเชิงอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรที่ปลูกอยู่ตามเรือกสวนของชาวบ้านในพื้นที่เอง ทว่าสิ่งน่าสนใจก็คือ แม้คนในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ทำกินเป็นของตัวเอง ทว่าการจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบก็ยังเป็นไปอย่างคึกคักในทุกเช้า เป็นความย้อนแย้งที่สะท้อนถึงความไม่ยั่งยืนของวิถีชีวิตในระบบอุตสาหกรรมได้ชัดเจน


More than half of the agricultural products currently sold in markets in Chiang Mai Province are from monoculture farming and are full of chemical substances. This includes not only maize, industrial vegetables, and tobaccos but also flowers and decorative plants all bathed with various kinds of chemical fertilizers and pesticides. It is estimated that, each year, Thailand exports 3 billion Baht worth of flowering plants [4]. It is therefore not surprising that everyday areas in the north are increasingly becoming flower fields with heavy chemical substances usage.

สินค้าเกษตรที่วางขายอยู่ในตลาดจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันกว่าค่อนเป็นสินค้าที่อุดมด้วยสารเคมี จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ที่ไม่ใช่เพียงข้าวโพด พืชผักเชิงอุตสาหกรรม หรือใบยาสูบเท่านั้นที่ แต่รวมถึงดอกไม้และพืชประดับตกแต่งที่ล้วนอาบปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงทั้งสิ้น จากการประเมินพบว่าแต่ละปีประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกไม้ดอกสูงถึง 3 พันล้านบาท [4] จึงไม่น่าแปลกใจหากพื้นที่ทางเหนือจะกลายเป็นแปลงดอกไม้หนักสารเคมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน


Traders in the agricultural wholesale markets in Chiang Mai Province sorting and buying products from farmers to sell on to various communities in the morning. Due to the way of life of the “Poompuang Truck” traders can basically call truck bed their second homes since shopping for agricultural products in the wholesale markets will begin from late night until dawn of the next day. Traders must use their acumen and connections to access these agricultural products at the cost-effective prices before retailing them to consumers from the morning until the evening.

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะอยู่โยงคัดเลือกและรับซื้อสินค้าจากเกษตรกรเพื่อนำกระจายส่งขายตามชุมชนต่างๆ ในตอนเช้า โดยวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้า ‘รถพุ่มพวง’ นั้นเรียกได้ว่าดำเนินอยู่บนหลังรถกระบะราวกับบ้านหลังที่สอง เพราะการจับจ่ายสินค้าเกษตรในตลาดค้าส่งนั้นจะเริ่มตั้งแต่ดึกจนถึงเช้ามืดของอีกวัน โดยพ่อค้าแม่ค้าต้องใช้ไหวพริบและเส้นสายในการเข้าถึงสินค้าเกษตรในราคาที่คุ้มค่า ก่อนนำไปขายปลีกยังผู้บริโภคตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นย่ำ


Organic lettuce gardens have become a more popular model in Chiang Mai as the number of green restaurants or organic restaurants continues to grow in the province. In addition to increasing direct income, organic gardens have also become a source of learning and a destination of eco-tourism, which generate extra revenue both from admission fees and the sale of products.

แปลงผักสลัดอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่กลายเป็นโมเดลซึ่งแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากร้านอาหารสายกรีน หรือร้านอาหารออร์แกนิกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในตัวจังหวัด นอกจากการปลูกผักสลัดจะสร้างรายได้ทางตรงให้กับเกษตรกรอย่างงามแล้ว ในอีกทางสวนผักอินทรีย์ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สร้างรายได้ทั้งจากการเก็บค่าเข้าชมและการขายสินค้าเกษตรหน้าฟาร์มอีกด้วย


The forest condition a few weeks after being burned. There are small green plants growing from the wood stumps that were completely burnt black. The picture above is a familiar view for passersby in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, as the ​​monoculture maize farms have grown rapidly over the past 10 years. An estimate found that there in 2016 there was a total of ​​123,229 rais of maize plantations in Mae Chaem District alone [5].

สภาพพื้นที่ป่าหลังจากการเผาเสร็จสิ้นราวสองถึงสามสัปดาห์ ซึ่งจะพบว่ามีพืชสีเขียวเล็กๆ เริ่มงอกเงยขึ้นตามตอไม้ที่ถูกเผาไม้จนกลายเป็นสีดำสนิท ซึ่งภาพข้างต้นนั้นเป็นทิวทัศน์ชินตาของผู้ผ่านไปมาในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา โดยจากการประเมินพบว่าอำเภอแม่แจ่มแห่งเดียวมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดถึง 123,229 ไร่ (2559) [5]


A boy in a farming family in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, raking corn peels in the plantation before burning that will cause the smog problems takes place in the next few hours. It is estimated that each year up to 5,000 people in Mae Chaem suffer health problems from inhaling smog. There are also other problems such as droughts, landslides, and forest fires caused by the burning of over 95,000 tons of corn peels each year [6].

เด็กชายในครอบครัวเกษตรกรในเขตอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กำลังใช้คราดกวาดเก็บซาดข้าวโพดไร่ก่อนการเผาจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันตามมาในที่สุด และจากการประเมินพบว่าแต่ละปีมีชาวแม่แจ่มเกิดปัญหาสุขภาพจากการสูดดมหมอกควันถึงปีละ 5,000 ราย ทั้งยังเกิดปัญหาภ้ยแล้ง ดินถล่ม ไฟไหม้ลุกลามในเขตป่า จากการเผาซากข้าวโพดปีละกว่า 95,000 ตัน [6]


‘Bald mountains’ in Chiang Mai Province which were formerly forests which were cleared and burned in order to create arable lands for monoculture crops such as maize or soybean. It has been estimated that in the past 10 years (2006-2015), the forest areas in the upper northern region have decreased by more than 14,000 square kilometers whereas the ​​agricultural areas have increased by 13,000 square kilometers. These numbers reflect the crisis of deforestation and air pollution caused by smog [7].

ภูเขาหัวโล้นในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่ป่าทว่าถูกแผ้วถางและเผาเพื่อปรับหน้าดินให้กลายเป็นพื้นที่ทำกิน โดยเฉพาะการทำเกษตรเชิงเดี่ยว อาทิ ข้าวโพด หรือถั่วเหลือง จากการประเมินพบว่าในระยะ 10 ปี (2549-2558) พื้นที่ป่าในเขตภาคเหนือตอนบนลดลงกว่า 14,000 ตารางกิโลเมตร ทว่าพื้นที่ทำการเกษตรกลับเพิ่มขึ้นถึง 13,000 ตารางกิโลเมตร เป็นตัวเลขที่สะท้อนภาวะวิกฤติของการตัดไม้ทำลายป่าและมลพิษทางอากาศอันเกิดจากหมอกควันได้อย่างดี [7]


Image of smoke after the forest was burned, to clear the area for use as arable lands, which has lead to chronic air pollution problems for many years. According to a research by the Faculty of Science, Chiang Mai University, there are 3 factors that contribute to the problem of smog in many northern provinces; first is the basin, which is surrounded by mountains trapping smog in many provinces. Second, stable weather in the dry seasons does maintain smog levels and third is the field burning by monoculture farmers on the highlands, something that is increasing by the day.

ภาพควันหลังจากการเผาป่าเพื่อแผ้วถางให้กลายเป็นพื้นที่ทำกิน ซึ่งกลายเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่เรื้อรังมานานหลายปี อ้างอิงจากงานวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าปัจจัยของหมอกควันที่ปกคลุมหลายจังหวัดภาคเหนือนั้นเกิดจาก 3 ประการ หนึ่งคือพื้นที่แอ่งกระทะมีภูเขาล้อมรอบ ที่กักขังหมอกควันไว้ในหลายจังหวัด สองคืออากาศที่นิ่งช่วงหน้าแล้งทำให้หมอกควันไม่จางลง และสามคือการเผาไร่ของเกษตรกรผู้ทำเกษตรเชิงเดี่ยวบริเวณที่สูงที่นับวันจะยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ


The condition after a forest was burned to adjust the lands for monoculture farming. This did not only kill small plants but also burned down the perennial plants in the mixed deciduous forest, which are usually dry and are fuel. Mae Chaem District has ​​about 1.7 million rais of land, most of them are forest reserves. It is therefore not surprising that most of the agricultural lands will encroach on forest areas to the extent that chronic environmental problems are created until now.

สภาพหลังการเผาป่าเพื่อปรับพื้นที่สำหรับการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ซึ่งไม่เพียงทำให้ต้นไม้เล็กๆ ล้มตายเท่านั้น ทว่าไม้ยืนต้นในป่าเบญจพรรณที่มักมีลักษณะแห้งเหมาะกับการเป็นเชื้อเพลิงก็เผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านตามไปด้วย โดยอำเภอแม่แจ่มนั้นมีพื้นที่ทั้งหมดราว 1.7 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวน จึงไม่น่าแปลกใจหากพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่จะลุกล้ำพื้นที่ป่าจนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรื้อรังจนทุกวันนี้


Cabbages that do not meet wholesale market agricultural product standards become waste in agricultural plots and is considered as food loss from the industrial agricultural system. Cabbages are one of the highland agricultural crops grown as monoculture along with maize and soybeans. Mae Chaem District alone has 5 thousand rais of cabbage farms that heavily uses agrochemicals.

ภาพกะหล่ำปลีที่มีลักษณะไม่ตรงตามมาตรฐานสินค้าเกษตรในตลาดค้าส่ง ต้องกลายเป็นพืชผลเหลือทิ้งในแปลงเกษตร นับเป็นอาหารที่สูญหาย (Food loss) จากระบบเกษตรอุตสาหกรรมไปโดยเปล่าประโยชน์ อนึ่ง กะหล่ำปลีนั้นนับเป็นหนึ่งในพืชเกษตรกิจบนที่สูง ซึ่งนิยมปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยวควบคู่ไปกับข้าวโพดและถั่วเหลือง เรียกว่าแค่เพียงอำเภอแม่แจ่มอำเภอเดียวก็มีพื้นที่ปลูกกะหล่ำหลีแบบหนักสารเคมีถึงราว 5 พันไร่


Workers sorting out and storing red onions for sale to wholesale agricultural markets. Red onion is another economic crop that is popularly grown as monoculture by farmers due to its resistance to drought, strong market, and good reaction to chemical substances used in the cultivation. Red onion farmlands cover the Central, Northeastern and Northern Regions. Mae Chaem District itself has approximately ​​9,000 rais of registered onion farms, where more than half are chemical dependent.

ภาพคนงานกำลังคัดแยกและจัดเก็บหอมแดงเพื่อส่งขายยังตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร และจากการประเมินโดยกระทรวงเกษตรฯ พบว่า หอมแดงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมปลูกเป็นเชิงเดี่ยวอีกชนิด เนื่องจากทนแล้ง มีตลาดรองรับแน่นอน และตอบสนองต่อสารเคมีที่ช่วยในการเพาะปลูกได้ดี ซึ่งพื้นที่ปลูกหอมแดงนั้นครอบคลุมตั้งแต่ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยในเขตพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่เองก็มีพื้นที่ปลูกหอมแดงเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนถึงราว 9 พันไร่ ซึ่งกว่าค่อนเป็นการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี


Farmers plowing soil to prepare for the next cropping. This type of tillage is a traditional farming practice that can be seen in the northern rural areas is used to plow soil in parallel with machinery. Other than preparing the soil surface, the farmers also spray herbicide over the agricultural plots to eliminate pests before sowing seeds because of the need to speed up land preparation of agricultural plots for quantity-based farming.

เกษตรกรกำลังไถพรวนหน้าดินเพื่อเตรียมเพาะปลูกในแปลงถัดไป โดยการไถพรวนหน้าดินรูปแบบนี้เป็นวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมที่สามารถพบเห็นได้ตามเขตชนบททางภาคเหนือ ควบขนานไปกับการใช้เครื่องจักรในการไถพรวนหน้าดิน อนึ่ง นอกจากปรับสภาพหน้าดินแล้ว หลังจากนี้เกษตรยังนิยมใช้ยาฆ่าหญ้าพ่นอาบแปลงเกษตรเพื่อกำจัดศัตรูพืชก่อนเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ ด้วยเพราะต้องการความรวดเร็วในการจัดการแปลงเกษตรเพื่อทำการเพาะปลูกแบบเน้นปริมาณ


This high angle photograph of the ‘bald mountains’ in Chiang Mai Province reflects the environmental problems caused by the encroachment of forest areas with no respect of the laws. Presently, 8.6 million rais of the watershed forests in 13 provinces of the Northern regions have been invaded upon, representing an economic loss of more than 500 billion Baht [8]. Moreover, it is also a source of several environmental problems, including such dry streams that even farmers on the lowland cannot cultivate, or even the problem of chemical contamination in water sources that affects both aquatic animals and humans living in the downstream like us.

ภาพถ่ายมุมสูงของพื้นที่ภูเขาหัวโล้นในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการบุกรุกที่ทำกินในเขตพื้นที่ป่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยในปัจจุบันป่าต้นน้ำทั้ง 13 จังหวัดภาคเหนือถูกบุกรุกราว 8.6 ล้านไร่ คิดเป็นความเสียหายเชิงเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาท [8] ยิ่งกว่านั้นยังเป็นบ่อเกิดของปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย อาทิ ปัญหาลำน้ำแห้งขอดกระทั่งเกษตรกรบนที่ราบไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ หรือปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ที่ส่งผลกระทบกับทั้งสัตว์น้ำและมนุษย์ปลายน้ำอย่างเราๆ


A worker in a fresh food market in Chiang Mai Province putting fresh garbage left over from the market in a pile to separate some for use as fertilizers, and take others to the landfills as waste. This is an unsolved problem that has increased daily. Such waste are often originate from the classification of industrial agricultural products. If the size is not up to standard, the color is not beautiful or there are unattractive insect marks, they will thrown away resulting in the loss of not just food but also the sources of production like water, fertilizers and labor of farmers who mainted agricultural products from the seeding until harvesting.

คนงานในตลาดสดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเข็นขยะสดที่เหลือทิ้งจากตลาด ไปกองรวมกันเพื่อนำบางส่วนไปคัดแยกเป็นปุ๋ย และบางส่วนนำไปฝังกลบกลายเป็นขยะมูลฝอยที่นับเป็นปัญหาแก้ไม่ตก ซ้ำยังมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยขยะเหล่านี้ส่วนมากมักมีต้นทางจากการคัดเกรดสินค้าเกษตรเชิงอุตสาหกรรม ที่หากขนาดไม่ได้มาตรฐาน สีสันไม่สวย หรือมีรอยแมลงไม่น่าดู ก็จะถูกคัดทิ้งไปอย่างไร้ค่า กลายเป็นความสูญเสียที่ไม่ใช่เพียงอาหารเท่านั้น แต่รวมถึงต้นทางการผลิตอย่างน้ำ ปุ๋ย และแรงกายของเกษตรกรในการดูแลรักษาสินค้าเกษตรตั้งแต่เริ่มหว่านเมล็ดจนถึงวันเก็บเกี่ยวส่งขาย


Employees of an organic farm in Chiang Mai Province processing agricultural products such as organic passion fruit to increase its value and provide alternatives for consumers. Today, many organic farms in the North are accelerating the development and processing of agricultural products in accordance with of public and private sectors policies being pushed, such as the Lanna practice of agricultural product for healthy food project implemented by Chiang Mai Provincial Commerce Office, which has the goal to enable easy and wide access to organic products at affordable prices.

พนักงานของฟาร์มเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่กำลังแปรรูปสินค้าเกษตร อาทิ เสาวรสอินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค อนึ่ง ปัจจุบันหลายฟาร์มเกษตรอินทรีย์ทางภาคเหนือกำลังเร่งพัฒนาและแปรรูปสินค้าเกษตรตามนโยบายส่งเสริมของทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น โครงการเกษตรเพื่ออาหารสุขภาพดีวิถีล้านนา ที่ดำเนินงานโดยพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้สินค้าเกษตรอินทรีย์สามารถซื้อหาได้ในวงกว้าง และอยู่ในระดับราคาที่คนทั่วไปสามารถเอื้อมถึง


An employee in an agricultural processing factory in Chiang Mai Province with the most popular processed products, canned red ant eggs and mushrooms in salt water. The two products are seasonal and difficult to find and cannot be industrially raised or cultivated. Canning is therefore a good way to make these foods available all year round without having to impoverish the environment by accelerating out-of-season production with the use of chemical substances or build high-cost greenhouses.

พนักงานในโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่ กับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ ไข่มดแดงอัดกระป๋อง และเห็ดเผาะในน้ำเกลือ 2 ผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นผลิตผลตามฤดูกาลหากินยาก และไม่สามารถเพาะเลี้ยงหรือเพาะปลูกเชิงอุตสาหกรรมได้ การแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องจึงนับเป็นหนทางที่ดีในการทำให้อาหารเหล่านี้สามารถหากินได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องเบียดบังสิ่งแวดล้อมโดยการเร่งผลิตเพื่อให้มีผลผลิตนอกฤดูกาล ด้วยการใช้สารเคมีหรือสร้างโรงเรือนจำลองต้นทุนสูง


Farmers collecting wax gourds planted alongside the maize field. Wax gourd is another economic crop that is popularly grown as monoculture due to its fast yield. Just 60-70 days after sowing, it can be harvested. It requires little water and can be easily planted on the upland or hillside areas. Importantly, wax gourd reacts well to chemical fertilizers making it an economic vegetable popularly grown in the North.

เกษตรกรกำลังเก็บผลผลิตฟักเขียว ที่ปลูกแซมอยู่เคียงกับไร่ข้าวโพด ซึ่งฟักเขียวนับเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่นิยมปลูกแบบเชิงเดี่ยว ด้วยให้ผลผลิตเร็ว เรียกว่าหลังหยอดเมล็ดลงดินเพียง 60-70 วันก็สามารถเก็บผลผลิตได้ อีกทั้งยังเป็นพืชใช้น้ำน้อย สามารถปลูกบริเวณที่ดอน หรือบริเวณเนินเขาได้อย่างสบาย ที่สำคัญคือฟักเชียวเป็นพืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีได้ดี จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมปลูกทั่วไปในภาคเหนือ


A yard with agricultural products from several villages in the North, including organic agricultural products and industrial agricultural products, for the purpose of separation and sending to different retailers. This reflects the mixed buying practice lacking proper standards. Currently, the 'purchasing standard' that accounts for environmental impact, for example that it must not be the agricultural product grown in the forest or burned farmlands, still does not exist in the food industry. As a result, the environmental problems arisen from monoculture farming remain endlessly widespread.

ลานรวบรวมสินค้าเกษตรจากหลายหมู่บ้านทางภาคเหนือ ที่ผสมรวมทั้งสินค้าเกษตรแบบอินทรีย์ และสินค้าเกษตรเชิงอุตสาหกรรม เพื่อนำมาคัดแยกและส่งขายไปยังแหล่งรับซื้อที่ต่างกันไป สะท้อนให้เห็นถึงการรับซื้อที่ยังปะปนและไม่มีเส้นมาตรฐานจริงจัง โดยปัจจุบัน ‘มาตรฐานการรับซื้อ’ ที่คำนึงถึงผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม อาทิ ต้องเป็นสินค้าเกษตรที่ไม่เพาะปลูกในพื้นที่ป่า หรือไม่ใช้วิธีเผาไร่เพื่อปรับหน้าดิน ยังไม่ปรากฎชัดในภาคอุตสาหกรรมอาหาร ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวจึงยังลุกลามไม่จบสิ้น


A farmer collecting cabbages to sell to the agricultural wholesale market. Cabbages are a popular monoculture crop, second only to maize. The concern is that most of them are grown with chemical substances. The Faculty of Medical Technology, Mahidol University, found that industrial vegetables that has 100 percent chemical residue include cucumber, tomato, string bean, and cabbage. It is as if it can be said that the taste of cabbages we are familiar with nowadays is actually chemicals, and not the real taste of natural fresh cabbages [9].

เกษตรกรกำลังเก็บกะหล่ำปลีโตเต็มวัยเพื่อส่งขายยังตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร อนึ่ง กะหล่ำปลีนับเป็นพืชที่นิยมปลูกแบบเชิงเดี่ยวรองจากข้าวโพด และเรื่องน่าหวั่นก็คือส่วนใหญ่ล้วนใช้สารเคมีในการผลิต อ้างอิงจากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่พบว่าผักอุตสาหกรรมที่มีสารเคมีตกค้าง 100 เปอร์เซ็นต์ ได่แก่ แตงกวา มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว และกะหล่ำปลี ถึงกับมีคำกล่าวว่ากลิ่นรสของกะกล่ำปลีที่เราคุ้นชินกันทุกวันนี้เป็นกลิ่นรสอาบสารเคมี ซึ่งไม่ใช่กลิ่นรสของกะหล่ำปลีสดๆ ตามธรรมชาติแต่อย่างใด [9]


Maize being milled before being sold to animal feed companies. Presently, almost all industrial feeds are made of dried maize and small ground fish, which are products that have negative impacts on the environment. Of course, the impacts are not coincidental but are the result of support by major food production companies in combination with the loose regulations from the government. This is considered irresponsible for the public costs with both parties trying to push for society to bear the risks itself.

กระบวนการสีเมล็ดข้าวโพดก่อนนำส่งขายยังบริษัทผลิตอาหารสัตว์ โดยปัจจุบันอาหารสัตว์เชิงอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดมีส่วนผสมหลักคือเมล็ดข้าวโพดแห้งและปลาตัวเล็กป่น ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่ก่อให้เกิดผลเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น แน่นอนว่า ผลกระทบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสนับสนุนของบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ บวกกับการควบคุมที่ไม่รัดกุมของภาครัฐ ซึ่งถือเป็นความไม่รับผิดชอบต่อต้นทุนสาธารณะของทั้งสองฝ่าย ที่พยายามผลักภาระให้สังคมแบกรับความเสี่ยงกันเอาเอง


Karen, an ethnic group living all over Northern Thailand. On every dimension, their way of life is based upon nature. As pictured, a Karen woman is cooking in the 'kitchen' that is separate from the house. This housing model is a traditional wisdom of Karen population who likes to build a house with a separate kitchen based on the belief that the kitchen is a sacred area for cooking and rituals. Karen people also respect fire that is usually lit in the kitchen with the belief that it is the symbol of power and is sacred.

วิถีชีวิตชาวชนเผ่าปกาเกอะญอ ชาติพันธุ์ที่กระจายตัวอยู่ทางภาคเหนือของไทย และมีวิถีชีวิตอิงแอบกับธรรมชาติในทุกมิติ ดังภาพคือหญิงชาวปกาเกอะญอกำลังปรุงอาหารอยู่ใน ‘เรือนครัว’ ที่ปลูกแยกจากตัวบ้าน ซึ่งการปลูกบ้านรูปแบบนี้นับเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวปกาเกอะญอที่นิยมสร้างบ้านกับครัวแยกกัน ด้วยเชื่อว่าครัวเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มีไว้สำหรับปรุงอาหารและประกอบพิธีกรรม อีกทั้งชาวปกาเกอะญอยังให้ความเคารพกับไฟที่มักจุดติดไว้ในเรือนครัว ด้วยเชื่อว่าสัญลักษณ์ของอำนาจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์


A farmer with insects and tobacco cigarette reflects the contrast in the chemical intensive monoculture agriculture that destroys life, directly and indirectly. On ne hand, the small organisms in the agricultural plots, the air, the water source, the farmer, and the consumers in downstream areas are all affected. On the other, the farmer is not aware of the harmful effects of the surrounding chemical substances, from the pesticides, chemical fertilizers, or toxins from inhaled tobacco smoke. Tobacco is also one of the industrial crops most widely planted in the North.

เกษตรกรกับแมลงและมวนยาสูบ สะท้อนความย่อนแย้งของวิถีการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่อุดมด้วยสารเคมี ซึ่งทำลายชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในแปลงเกษตร อากาศ แหล่งน้ำ ตัวเกษตรกรเอง เรื่อยไปจนถึงผู้บริโภคที่อยู่ปลายน้ำซึ่งได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่ในทางกลับกัน ตัวเกษตรกรเองกลับไม่ตระหนักถึงผลร้ายของเคมีรอบตัว ทั้งจากยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี หรือพิษจากควันยาสูบที่สูดเข้าร่างกาย ซึ่งใบยาสูบเองก็นับเป็นหนึ่งในพืชอุตสาหกรรมที่เพาะปลูกอย่างแพร่หลายทางภาคเหนือเช่นกัน


Karen farmers' fabric hand-weaving is part of a local wisdom that says 'women weave, men do basketry,' This is the key factor that has helped Karen people to preserve their identity to this day. The Karen’s hand-woven fabrics are unique in its simplicity and representation of the community way of life such as forest, water, and mountain patterns. In addition to its beauty, hand-woven fabrics also generate income for members of the community that extends to be the community’s economy helping to develop a sustainable quality of life.

เกษตรกรชาวปกาเกอะญอกับการทอผ้าด้วยมือ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาตามหลักวิถีชีวิตที่ว่า ‘ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายจักสาน’ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวปกาเกอะสามารถคงอัตลักษณ์ของตัวเองไว้ได้จนทุกวันนี้ โดยผ้าทอของชาวปกาเกอะญอนั้นมีเอกลักษณ์ตรงลวดลายที่เรียบง่ายและสะท้อนวิถีชีวิตชุมชน เช่น ลายป่า ลายน้ำ ลายภูเขา นอกจากผ้าทอมือจะเป็นงานหัตถกรรมอันสวยงาม ยังสร้างรายได้ให้สมาชิกในชุมชน ต่อยอดกลายเป็นเศรษฐกิจของชุมชนที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน


Corn cobs and corn husks that were left as garbage after the harvest mixed with rain water and are now large wet waste basins in agricultural plots, which will be turned into fertilizers. What is worrisome is that these corn cobs and husks are contaminated with chemical substances from insecticides and chemical fertilizers. When they become fertilizers, these chemical substances spread hazards directly to the soil leading to a cycle of chemical contamination that monoculture farmers may not realize.

ซังและเปลือกข้าวโพดที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะหลังการเก็บเกี่ยว กระทั่งปะปนกับน้ำฝนจนกลายเป็นแอ่งขยะเปียกขนาดใหญ่ในแปลงเกษตร ก่อนจะกลับกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ทว่าเรื่องน่าเป็นห่วงก็คือ ซังและเปลือกข้าวโพดเหล่านี้ล้วนปนเปื้อนสารเคมีทั้งจากยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี เมื่อกลายเป็นปุ๋ยจึงส่งทอดความอันตรายสู่ดินโดยตรง กลายเป็นวงจรการปนเปื้อนสารเคมีที่เกษตรกรผู้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอาจคิดไม่ถึง


Wild mushroom has become a good source of food and has generated good income for villagers in many Northern provinces. However, the certain knowledge surrounding mushroom picking is still attached to environmentally harmful beliefs. For example, the belief that if the soil is burnt to soot or ash, the mushrooms will grow significantly more. This result in the burning of forests to find mushrooms in the rainy season grows to be wildfire in many areas. In fact, the growth factor of wild mushrooms is not at all related to soot or burnt soil but depends on weather, humidity, and mushroom seeds in that area.).

เห็ดป่าที่กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดี และสร้างรายได้อย่างงามให้กับชาวบ้านในหลายจังหวัดภาคเหนือ ทว่าองค์ความรู้ในการเก็บเห็ดนั้นยังติดอยู่กับความเชื่อบางอย่างที่ทำลายสิ่งแวดล้อม อาทิ ความเชื่อที่ว่าหากเผาให้เกิดเขม่าตะกอนหรือขี้เถ้าในดิน เห็ดจะงอกงามเป็นพิเศษ กระทั่งก่อให้เกิดการเผาป่าหาเห็ดช่วงหน้าฝนจนลุกลามเป็นไฟป่าในหลายพื้นที่ ทว่าความเป็นจริงแล้ว ปัจจัยการเกิดของเห็ดป่าไม่เกี่ยวข้องกับเขม่าหรือการเผาเปิดหน้าดินแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ความชื้น และเชื้อเห็ดบริเวณนั้น


Farmers spraying chemical substances to kill weeds in the agricultural plots in order to prepare for soil plowing and sowing of corn seeds in the next planting cycle. It is estimated that monoculture corn farming yields a profit of about 4,000 Baht per rai [10]. When taking into account the cost of seeds and agrochemicals, most farmers are indebted. Shifting to other crops of similar quality will take time to reap worthwhile results and that is an obstacle that the farmers must overcome.

เกษตรกรกำลังพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดวัชพืชบริเวณแปลงเกษตร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับหน้าดินและหว่านเมล็ดข้าวโพดในรอบเพาะปลูกต่อไป จากการประเมินพบว่า การปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวนั้นทำกำไรให้ชาวบ้านไร่ละประมาณ 4 พันบาท [10] ซึ่งเมื่อหักลบกับต้นทุนที่ต้องใช้ไปกับเมล็ดพันธุ์และสารเคมีแล้ว ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นหนี้ แต่การหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ก็ต้องใช้เวลารอผลลัพธ์ที่คุ้มค่านานพอสมควร และนั่นเป็นเหมือนกำแพงที่เกษตรกรต้องก้าวข้ามไปให้ได้


Farmers with clumps of vetiver grass planted in upland areas to reduce the erosion of the soil surface. It is popularly planted in the early rainy season. Vetiver grass has a strong interweaving root system which helps to absorb water and is a habitat for microorganisms that help nourish the soil. It also helps to keep nitrogen in the soil. Importantly, in the dry season, the roots of vetiver grass will help to break down the soil, keeping it from cracking, and help suck water back to moisturize the soil.

เกษตรกรกับกอหญ้าแฝกที่ปลูกเสริมอยู่บริเวณที่ดอน เพื่อลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน โดยนิยมปลูกกันในช่วงต้นฝน ด้วยลักษณะของหญ้าแฝกนั้นมีระบบรากที่สานกันแน่น ช่วยอุ้มน้ำ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่ช่วยบำรุงดินมากมาย ทั้งยังช่วยเก็บกักไนโตรเจนไว้ในดินด้วย สำคัญคือ เมื่อถึงหน้าแล้ง รากของหญ้าแฝกจะช่วยทะลวงดินให้ร่วน ไม่แตกระแหง และดูดน้ำกลับมาสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินได้ด้วย


Image of rice terraces stretching over several hills in Chiang Mai. It is a beautiful view that has gradually been reinstated after villagers chose the means of organic rice farming instead of using chemical fertilizer as in the past. In addition to the environmental benefits that lead to an abundance of rice paddies, small crabs, small fishes, and local insects, the rice terraces are also an attraction for many tourists from around the world. In Mae Chaem District, every year tens of thousands of tourists come to visit these rice terraces.

ภาพนาขั้นบันไดที่ทอดยาวคลุมเนินเขาหลายลูกในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความสวยงามที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาหลังชาวบ้านเลือกเส้นทางการทำนาข้าวอินทรีย์ แทนที่การทำนาแบบหนักปุ๋ยเคมีอย่างที่เคยเป็นมา นอกจากผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ในนาข้าวกลับมา ทั้งปูนา ปลาตัวเล็ก รวมถึงแมลงสายพันธุ์ท้องถิ่น นาขั้นบันไดยังนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับในใจของนักเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะในอำเภอแม่แจ่มที่ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามของนาข้าวลักษณะนี้นับหมื่นคน


Rice terrace farmers in Chiang Mai Province capturing crabs in the rice fields to produce 'Naam Bhu' or crab water, a delicious seasoning of Lanna people. The more farmers reduce the use of chemical substances, the more abundant living things will be in the rice fields, especially crabs that can be sold at a very good price or can be finely ground and then simmered to make Naam Bhu, which can be stored in a jar for household consumption or sold for profit of up to one thousand baht per kilogram. It is extra income that the nature rewards for environmental conservation efforts.

เกษตรกรผู้ทำนาขั้นบันไดในจังหวัดเชียงใหม่ กับภารกิจการจับปูนาในนาข้าวเพื่อนำกลับไปปรุงเปลี่ยนเป็น ‘น้ำปู๋’ เครื่องปรุงอันโอชะของชาวล้านนา ที่ยิ่งเมื่อเกษตรกรลดการใช้เคมีมากเท่าไหร่ สิ่งมีชีวิตในนาข้าวก็กลับมาอุดมสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะปูนาที่นำไปขายก็ได้ราคาดี หรือทำไปบดให้ละเอียดแล้วเคี่ยวทำเป็นน้ำปู๋ เก็บใส่กระปุกไว้กินกันในครัวเรือน หรือส่งขายก็ทำกำไรกิโลกรัมละนับพันบาท เป็นรายได้เสริมที่ธรรมชาติมอบตอบแทนการลงแรงอนุรักษ์ให้สิ่งแวดล้อมฟื้นคืนกลับมา


A lone perennial tree on a ‘bald mountain’ reflects the drought of the watershed forests that have become arable lands. Analysis has revealed that the causes of ‘bald mountains,’ which are still chronic problems, involve many factors. For instance, the government cannot reclaim the forests due to its vast area, which is also supported by various capital groups. Moreover, reforestation is done in a manner that lacks understanding of the geographical characteristics. Forest encroachment is ongoing and thus the image of ‘bald mountains’ is still a familiar sight to this day.

ต้นไม้ที่ยืนต้นโดดเดี่ยวอยู่บริเวณภูเขาหัวโล้น สะท้อนความแห้งแล้งของป่าต้นน้ำที่กลายเป็นพื้นที่ทำกินไปอย่างน่าเสียดาย จากการวิเคราะห์พบว่าสาเหตุที่ทำให้ภูเขาหัวโล้นยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังนั้น มีหลายปัจจัยด้วยกัน อาทิ รัฐไม่สามารถทวงคืนพื้นที่ป่ากลับมาได้จริง เนื่องจากป่ามีอาณาบริเวณกว้างมาก อีกทั้งยังถูกหนุนด้วยกลุ่มทุนต่างๆ รวมถึงการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่าก็เป็นไปอย่างไม่เข้าใจลักษณะทางภูมิศาสตร์เท่าที่ควร อีกทั้งการรุกล้ำพื้นที่ป่าก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภูเขาหัวโล้นจึงยังเป็นภาพชินตาอยู่จนทุกวันนี้


Soybeans being milled by a machine, releases dust into the air constituting direct impact on the farmers’ health. In addition, the dust is spread by the wind to various areas and becomes regional pollution. Based on the assessment by the Faculty of Medicine, Chiang Mai University, it was found that Chiang Mai has a lung cancer rate of 40 persons per 100,000, while the rate in other regions is to 20 persons per 100,000 [11]. This is a clear indication of the crisis of air pollution, which originates from monoculture agriculture.

ภาพการสีเมล็ดถั่วเหลืองด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดฝุ่นละอองคลุ้งในอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรทางตรง ยิ่งกว่านั้นฝุ่นละอองยังกระจายตามลมไปสู่พื้นที่ต่างๆ จนกลายเป็นมลพิษในระดับภูมิภาค จากการประเมินโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่มีอัตราผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดถึง 40 คนต่อประชากร 1 แสนคน ในขณะที่ภาคอื่นมีอัตราผู้ป่วยด้วยโรคเดียวกันอยู่ที่ 20 คนต่อประชากร 1 แสนคน [11] ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงภาวะวิฤกตของมลพิษทางอากาศจากการเกษตรเชิงเดี่ยว


Small ice crystals left from a hail storm in Mae Rim District, Chiang Mai Province. The hailstorm lasted only a few dozen minutes but the damage to farmers was enormous with a total value of more than several million baht. Naturally, a hail storm usually occurs during the summer when the cold mass from China blows against the heat mass of upper northern Thailand resulting in a thunderstorm, strong wind and possible hail in some areas that damage both farmers and people in many Northern provinces.

เกร็ดน้ำแข็งเล็กๆ ที่หลงเหลือจากพายุลูกเห็บที่พัดถล่มอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพายุลูกเห็บนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่สิบนาที ทว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรกลับมหาศาล รวมกันกว่าหลายล้านบาท โดยธรรมชาติของพายุลูกเห็บมักเกิดเป็นประจำช่วงฤดูร้อน จังหวะที่มวลอากาศเย็นจากจีนพัดมาปะทะกับมวลความร้อนบริเวณภาคเหนือตอนบนของไทย จนเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรง และอาจเกิดลูกเห็บในบางพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับทั้งเกษตรกรและประชาชนในหลายจังหวัดภาคเหนือ


Salad dishes in a health restaurant in Chiang Mai Province reflect the trend of health-conscious consumers which is part of the large market for organic products. There is additionally an interesting movement as many of the green restaurants, such as the Salad Oh Ka Ju in the city of Chiang Mai, have joined hands with organic farmers to promote the planting and buying of quality agricultural products. It is a joint development between the growers and the cooks to deliver clean food to the consumers.

จานสลัดในร้านอาหารเพื่อสุขภาพในจังหวัดเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงกระแสคนรักสุขภาพที่เป็นตลาดใหญ่ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกิดขึ้น เนื่องจากร้านอาหารสายกรีนหลายแห่ง อาทิ ร้านสลัดโอ้กะจู๋ ในตัวเมืองเชียงใหม่ เข้ามาร่วมทำงานกับเกษตรกรอินทรีย์ ในการส่งเสริมทั้งการปลูก และรับซื้อสินค้าเกษตรที่ได้คุณภาพนำไปจัดจำหน่าย เป็นการร่วมพัฒนาระหว่างผู้ปลูกและผู้ปรุง เพื่อส่งต่ออาหารสะอาดให้ถึงจานของผู้กินอย่างมีคุณภาพ


Farmers in Chiang Mai Province watering sunflower seedlings, which is another popular economic crop in the organic markets across the country due to a harvest time of only 7-10 days and an average high price of 120 baht per kilogram. It is another choice for organic farmers in Chiang Mai, Chiang Rai and Lamphun Provinces who have increasingly been moving towards organic farming as there markets Chiang Mai, Bangkok as well as overseas growing everyday.

เกตรกรในจังหวัดเชียงใหม่กำลังรดน้ำต้นอ่อนทานตะวัน พืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่กำลังมาแรงในตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ ด้วยมีระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 7-10 วัน และมีราคาเฉลี่ยสูงถึงกิโลกรัมละ 120 บาท เป็นอีกทางเลือกของเกษตรกรสายอินทรีย์ เช่นในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวหันมาทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยมีตลาดรองรับชัดเจน ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่เอง ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ รวมถึงตลาดต่างประเทศที่เติบโตขึ้นทุกวัน


Cracked soil in the ‘bald mountain’ areas of Mae Chaem District, Chiang Mai Province, the result of monoculture farming that causes the loss of nutrients in the soil. Furthermore, the burning of fields and forests causes the soil surface to be easily washed away by rain. Farmers therefore have higher costs, as they must buy fertilizer to nourish the soil. The soil sediments washed away often accumulated in the rivers and canals leading to more shallow water, disturbing habitats and breeding of aquatic animals.

สภาพดินแตกระแหงบริเวณภูเขาหัวโล้นในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผลลัพธ์จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินสูญเสียไป ยิ่งกว่านั้น การเผาไร่และป่าจนโล่งเตียนยังทำให้หน้าดินถูกน้ำฝนชะล้างอย่างง่ายดาย เกษตรกรจึงมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากการต้องซื้อปุ๋ยเคมีบำรุงดิน อีกทั้งตะกอนดินที่ถูกชะล้างยังมักสะสมอยู่ตามแม่น้ำลำคลองจนทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน รบกวนที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ


This high angle image of monoculture cabbage farms in Chiang Mai Province shows an industrial farming system that does not allow the soil to rest for natural regeneration. It is evident in the picture that cabbages in each plot are being continuously grown to respond to the constant market demands all year round. What follows is that farmers must accelerate production by using chemical substances and choose to sign contracts with the major buyers who are ready to distribute products to the nationwide markets causing the entire food system to collapse.

ภาพถ่ายมุมสูงของไร่กะหล่ำปลีเชิงเดี่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงระบบการเพาะปลูกเชิงอุตสาหกรรมที่ไม่ปล่อยให้หน้าดินได้พักเพื่อฟื้นฟูตามธรรมชาติ อย่างที่ปรากฎชัดในภาพว่าต้นกะหล่ำปลีแต่ละแปลงกำลังทยอยเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองต่อความต้องการของตลาดที่มีอยู่ตลอดเวลา ในทุกฤดูกาล สิ่งที่ตามมาก็คือเกษตรกรต้องเร่งผลิตโดยพึ่งสารเคมี และเลือกทำสัญญาซื้อขายกับผู้รับซื้อรายใหญ่ที่พร้อมกระจายสินค้าออกสู่ตลาดทั่วประเทศ และทำให้ระบบอาหารโดยรวมพังทลาย


‘Bald mountains’ in Chiang Mai Province, where the soil surface was made ready for the next cropping, reflects the big picture problem caused by monoculture farming that is growing across the country. This is the opposite of ecological farming that focuses on natural support and takes into consideration of the ecological role of plants, like the need for light, water or their height. Ecological farming also involves growing a variety of plants in a single plot to produce crops in succession creating a sustainable ecosystem within the farm, such as growing cocoa or coffee under the shades of large trees.

ภาพภูเขาหัวโล้นในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกปรับหน้าดินให้พร้อมกับรอบการเพาะปลูกต่อไป สะท้อนภาพใหญ่ของปัญหาจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่กำลังลุกลามอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของการทำเกษตรเชิงนิเวศ ที่ให้ความสำคัญกับการเกื้อกูลกันตามธรรมชาติ คำนึงถึงบทบาทเชิงนิเวศของพืช เช่น ความต้องการแสง น้ำ หรือความสูงของพืช และปลูกแซมอย่างหลากหลายในแปลงเดียว เพื่อให้พืชทยอยให้ผลผลิต และสร้างระบบนิเวศภายในไร่ให้อุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน อาทิ การปลูกโกโก้ หรือกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่


These ‘bald mountains’ that reaches as far as the eye can see in Mae Chaem District, Chiang Mai Province represents the visible effect of long term monoculture maize farming or other monoculture farms. In addition to the environmental problem as seen, monoculture farming also creates an endless cycle of debt for farmers. The assessment by the Cooperative Promotion Department found that 80 villagers in Mae Chaem District are in total approximately 25 million baht in debt. [12] The solution to the problem may be debt freezing so that the farmers would have some space for adaptation before turning to integrated agricultural farming.

ภูเขาหัวโล้นสุดลูกหูลูกตาในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนจากการปลูกข้าวโพดหรือพืชเชิงเดี่ยวชนิดอื่นที่ลุกลามเรื้อรังมาหลายปี นอกจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมดังภาพแล้ว ในอีกมุม การทำเกษตรเชิงเดี่ยวยังก่อหนี้ให้เกษตรกรเป็นวงจรไม่จบสิ้น จากการประเมินโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์พบว่า ชาวบ้านในอำเภอแม่แจ่ม 80 ราย มียอดหนี้รวมกันราว 25 ล้านบาท [12] ซึ่งหนทางการแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจคือการพักชำระหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีช่องว่างในการปรับตัว ก่อนหันไปทำเกษตรแบบผสมผสานต่อไป


An agricultural community in Mae Chaem District, Chiang Mai Province, located adjacent to farms that encroached on a forest reserve. A reason that villagers in Mae Chaem District have to encroach on forests is because there are only 20 thousand rais of land with irrigation system suitable for agriculture. The farmers therefore often turn to maize farming, which is drought-resistant and can be well planted in the uplands. A popular method of forest encroachment by farmers is to slit a tree’s trunk and pour glyphosate on it. Soon, the tree will fall down and in the next year they will burn the forest to adjust the soil so it’s ready for sowing. These are all environmentally destructive processes.

ภาพชุมชนเกษตรกรรมในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่คู่เคียงกับไร่ทำกินที่ลุกล้ำเข้าไปในผืนป่าสงวน และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านในเขตอำเภอแม่แจ่มต้องรุกป่านั้นเป็นเพราะพื้นที่ที่มีระบบชลประทานเหมาะสำหรับทำเกษตรมีเพียง 2 หมื่นไร่ เกษตรกรจึงนิยมหันไปปลูกข้าวโพดซึ่งเป็นพืชทนแล้ง สามารถปลูกในที่ดอนได้ผลดี โดยวิธีการรุกป่าที่เกษตรกรนิยมทำก็คือ การเฉาะต้นไม้ให้เป็นแผล แล้วนำสารไกลโฟเสตป้ายลงไป ไม่นานต้นไม้ก็จะล้มทั้งยืน ปีถัดมาจึงจัดการเผาเพื่อปรับหน้าดินให้พร้อมสำหรับหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น


Distant image of the spot where the field was burned to adjust the soil. This type of burning will appear in the satellite images as a hotspot, clearly standing out from the surrounding areas. It can provide an estimate of which area the burning occurs and to what degree. The area with the most intense heat distribution is Mae Chaem District, Chiang Mai Province. Throughout the summer, there were 319 hotspots (2015 data) [13]. The sports constituted negative impact on both environmental and health dimensions, indirectly destroying the tourism image.

ภาพระยะไกลของจุดที่มีการเผาไร่เพื่อปรับหน้าดิน โดยการเผาลักษณะนี้นั้นหากตรวจจับด้วยสัญญาณดาวเทียม จะพบเป็นจุดความร้อน (Hotspot) โดดเด่นขึ้นมาจากบริเวณพื้นที่โดยรอบ ทำให้สามารถประเมินได้ว่าบริเวณใดมีการเผาเกิดขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ และอันดับหนึ่งในพื้นที่ที่มีจุดความร้อนกระจายตัวหนาแน่นที่สุดก็คืออำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลอดทั้งฤดูร้อนมีจุดความร้อนรวมกันถึง 319 จุด (ข้อมูลปี 2558) [13] สร้างผลกระทบเชิงลบทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ทั้งยังทำลายภาพลักษณ์เชิงการท่องเที่ยวในทางอ้อม


Cabbage farms that cover ​​dozens of ‘bald mountains’ in Chiang Mai Province. This reflects the prolonged and chronic problem of monoculture agriculture, which triggers the development of many organic agriculture models. One of them is ‘The Mae Chaem Model Plus' aims at 'reducing the burning areas, increasing the forest areas’ through accelerated development of knowledge regarding organic farming in farmers in Mae Chaem District. It also offers alternative crops that are certain to be marketable such as Japanese bunching onion, tomato, gooseberry. The model also applies knowledge from the royal projects to help in the development.

ทิวทัศน์ของไร่กะหล่ำปลีที่กินอาณาบริเวณภูเขาหัวโล้นหลายสิบลูกในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนให้เห็นปัญหาของการทำไร่เชิงเดี่ยวที่ยืดเยื้อและเรื้อรัง ซึ่งจุดชนวนให้เกิดโมเดลการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือ ‘แม่แจ่มโมเดลพลัส’ มีเป้าหมายเพื่อ ‘ลดพื้นที่เผา เพิ่มพื้นที่ป่า’ ผ่านการเร่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ให้กับเกษตรกรในอำเภอแม่แจ่ม และนำเสนอพืชทางเลือกที่มีตลาดรองรับแน่นอน อาทิ ต้นหอมญี่ปุ่น มะเขือเทศ กูสเบอร์รี่ รวมถึงใช้องค์ความรู้จากโครงการหลวงเข้ามาร่วมพัฒนา


A farmland after twilight burning. The main reason farmers prefer to burn their lands in the afternoon or the evening is because of the lower humidity. We often see fire streaks burn into night and be difficult to control. Recently, the government has issued a ‘51 days burning prohibition’ between March and April, strictly enforcing the law if burning is detected in any case. However, detection is still not extensive because there are millions of rai of forest area while the number of officials is only in the thousands.

สภาพไร่หลังการเผาในช่วงพลบค่ำ ซึ่งเหตุผลหลักที่เกษตรกรนิยมเผาไร่กันตอนบ่ายหรือเย็นเป็นเพราะความชื้นในอากาศต่ำ ทำให้เรามักพบเห็นริ้วไฟที่ยังไม่มอดกันยามค่ำคืน ซึ่งนับเป็นเรื่องยากในการควบคุมไฟอย่างยิ่ง โดยล่าสุดภาครัฐได้ออกมาตรการ ’51 วันห้ามเผา’ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดหากตรวจพบการเผาไม่ว่ากรณีใด ทว่าการตรวจจับก็ยังคงไม่ครอบคลุม เนื่องจากพื้นที่ป่าทางภาคเหนือนั้นกินอาณาเขตนับล้านไร่ สวนทางกับจำนวนเจ้าหน้าที่ของทางการที่มีเพียงหลักพัน


Workers in a potato screening plant that sells to major food production companies. Presently, in the North of Thailand, there are more than 20,000 rais of potato fields, most of which are supported by large companies who process them into instant foods. The prices of potatoes are guaranteed, most farmers there agrees to sign the contract. On the other hand however, industrial potato farming requires continuous outputs, which is contrary to the nature of potatoes, which are cold weather plants. The outputs are therefore often accelerated by the use of chemical substances in order to meet the market demands all year round.

คนงานในโรงคัดแยกมันฝรั่งเพื่อส่งขายยังบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ โดยปัจจุบันทางภาคเหนือของไทยมีไร่มันฝรั่งมากกว่า 2 หมื่นไร่ ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนให้ปลูกโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูป ทั้งยังมีการประกันราคารับซื้อขัดเจน เกษตรกรส่วนใหญ่จึงยินยอมเซ็นสัญญาดังกล่าว ทว่าในอีกแง่ การปลูกมันฝรั่งเชิงอุตสาหกรรมนั้นต้องการผลผลิตต่อเนื่อง ซึ่งขัดกับธรรมชาติของมันฝรั่งที่เป็นพืชเมืองหนาวจึงมักเกิดการเร่งผลิตเพื่อตอบสนองตลาดในทุกฤดูกาลด้วยการใช้สารเคมี


Image of cabbages in a screening plant to be sent to the wholesale market. The cabbage, which other than having a good reaction to chemical substances, is also easy to look after and is considered to have a good price. The average price is 3-4 Baht per kilogram but during the vegetarian festival in some years the price may rise to 10-20 Baht per kilogram [14]. It is therefore not surprising that everyday farmers in many Northern provinces such as Chiang Mai, Nan or Phetchabun have shifted to grow more and more cabbages.

ภาพกะหล่ำปลีในโรงคัดแยกสินค้าเกษตรเพื่อส่งขายในตลาดค้าส่ง อนึ่ง กะหล่ำปลีนั้นนอกจากเป็นพืชที่ตอบสนองต่อสารเคมีได้ดี ดูแลรักษาง่าย ยังถือว่าเป็นพืชที่ราคาดี โดยปกติมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 3-4 บาท ทว่าหากเป็นเทศกาลกินเจ บางปีราคาอาจพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 10-20 บาท [14] จึงไม่น่าแปลกใจที่เกษตรกรในหลายจังหวัดภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ น่าน หรือเพชรบูรณ์ จะหันมาปลูกกะหล่ำปลีเชิงเดี่ยวมากขึ้นทุกวัน


Image of wildfire penetrating the firebreaks into the forest reserve in Chiang Mai Province set to changed the area into arable lands. Even though the farmers are willing to trade off the forest for their livelihoods, on the other hand they have also lost something. Such as food security from the forest, which previously was like a community supermarket. Or even soil erosion to the extent that sludge is formed in the water as well as contamination by chemical substances that reduce the number of aquatic animals, which used to be the food sources. Moreover, there is a risk of being exposed to natural disasters such as flash flood or landslide.

ภาพไฟป่ากำลังรุกล้ำเขตแนวกันไฟเข้าไปยังพื้นที่ป่าสงวนในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ทำกินในที่สุด ซึ่งแม้เกษตรกรจะยอมแลกพื้นที่ป่าเพื่อได้มาซึ่งที่ทำกิน แต่ในอีกมุม เขาเหล่านั้นก็ล้วนมีสิ่งที่ต้องเสียไปด้วยเหมือนกัน อาทิ ความมั่นคงทางอาหารจากป่า ที่เดิมเลยเป็นเหมือนซูเปอร์มาเก็ตของชุมชน หรือการชะล้างหน้าดินจนเกิดตะกอนในแหล่งน้ำ รวมถึงการปนเปื้อนของสารเคมีที่ทำให้สัตว์น้ำที่เคยเป็นแหล่งอาหารลดน้อยลง กว่านั้น ยังเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน หรือดินถล่ม


A quick and easy way to get rid of corn cobs and corn peels is to burn them, but its consequence is smog and dust problems that damages the environment and health of people in many Northern provinces. Presently, many stakeholders are hurryingly making efforts to find a way out of the problem. One way that is gaining attention is the production of charcoal sticks from corn cobs. It is estimated that corn cob charcoal is a high heat conductor and that gets hot faster. However, the process of burning corn cob charcoal sticks should be carried out in a cautious and standardized manner, which is presently still in the development stage.

วิธีที่ง่ายและเร็วในการกำจัดซังและเปลือกข้าวโพดคือ ‘การเผา’ ทว่าผลลัพธ์ที่ตามมากลับมาเป็นปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในหลายจังหวัดภาคเหนือ โดยปัจจุบันหลายฝ่ายกำลังเร่งหาทางออกจากปัญหามลพิษดังกล่าว วิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจก็คือ การทำถ่านอัดแท่งจากซังข้าวโพด จากการประเมินพบว่าเป็นถ่านที่นำความร้อนสูง และให้ความร้อนได้เร็ว ทว่ากระบวนการเผาถ่านซังข้าวโพดนั้นควรดำเนินอย่างรัดกุมและมีมาตรฐาน จึงยังคงอยู่ในช่วงเร่งพัฒนา


Image of smoke from a far distant burning when looking from one of the meditation centers in Chiang Mai Province. It clearly shows the problem of burning that occurs all the time that has become a part of everyday life of the villagers. This habit has become a barrier to development of knowledge of organic farmers. Worse, it also constitutes recklessness among the public to protect themselves from the smog and dust as they see it as a part of their lives.

ภาพควันจากการเผาระยะไกล เมื่อมองจากสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ฉายชัดถึงปัญหาการเผาที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ความเคยชินดังกล่าวนี้เองที่กลายเป็นกำแพงต่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร ซ้ำร้ายยังทำให้ประชาชนเกิดความย่ามใจที่จะป้องกันตัวจากหมอกควันและฝุ่นละออง เพราะมองสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


A farmer carrying a tank of chemical substance which shows the lack of knowledge of the danger of chemical substance next to the body. They do not see the negative results that may follow. This lack of knowledge is a major obstacle to solving the problem of monoculture farming and the use of chemical substances in the agricultural production. Irrespective of the seriousness of the campaign or preventive measures, if the farmers lack knowledge and understanding of the overall impact of chemical substances, the problem will remain in existence.

เกษตรกรกับถึงยาเคมีที่แนบอยู่กับตัว แสดงให้เห็นถึงความไม่รู้ถึงอันตรายของสารเคมีที่แม้จะอยู่ใกล้ตัวในระดับแนบชิดร่างกาย ทว่ากลับมองไม่เห็นผลลัพธ์ทางลบที่จะตามมา ซึ่งประเด็นความไม่รู้นั้นนับเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และการใช้สารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร เพราะไม่ว่าจะรณรงค์หรือกีดกันด้วยมาตรการร้ายแรงขนาดไหน ถ้าเกษตรกรผู้ผลิตยังขาดความรู้ความเข้าใจในภาพรวมของผลกระทบจากการใช้สารเคมี ปัญหาดังกล่าวก็ยังคงเรื้อรังไม่จบสิ้น


‘Bald mountains’, which are a familiar picture in Mae Chaem District, Chiang Mai Province as well as in several other provinces in the North such as Nan, Phrae and Chiang Rai. In addition to the environmental impact, which we can see with our eyes, the bald mountains are also a reflection of many other problems faced by the lowland people, such as droughts and floods. In particular, when it rains, 80 percent of rainwater are stored in the watershed forests before gradually seeping into natural water sources making water available throughout the year. When the forests vanish, the water will then wash away the soil surface and flow quickly into the sea resulting in floods in the rainy season and drought in the summer, which continue to be more sever every day.

พื้นที่ภูเขาหัวโล้นอันเป็นภาพชินตาในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงอีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือ อาทิ น่าน แพร่ เชียงราย ซึ่งนอกจากผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมที่เราเห็นกับตา ในอีกมุม ภูเขาหัวโล้นยังเป็นภาพสะท้อนของอีกหลายปัญหาที่คนพื้นราบต้องร่วมเผชิญ อาทิ ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วม เพราะเมื่อฝนตกลงมา ปริมาณน้ำฝนราว 80 เปอร์เซ็นต์จะถูกกักไว้ในป่าต้นน้ำ ก่อนค่อยๆ ซึมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้แหล่งน้ำมีน้ำตลอดทั้งปี แต่เมื่อป่าหายไป มวลน้ำเหล่านั้นก็จะพากันชะล้างหน้าดินแล้วไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำท่วมในหน้าฝน น้ำแล้งในหน้าร้อน ที่รังแต่จะรุนแรงขึ้นทุกวัน

อ้างอิง/Sources
(2) https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/273
(3) http://region3.prd.go.th/ct/news/showprint.php?ID=170823163814
(4) https://www.technologychaoban.com/flower-and-decorating-plants/article_41764
(5) https://www.thaipost.net/main/detail/9654
(6) https://www.thaipost.net/main/detail/9654
(7) https://www.thaipost.net/main/detail/4573
(8) http://www.nationtv.tv/main/content/378464255/
(9) https://www.sanook.com/health/5021/
(10) https://news.thaipbs.or.th/content/270124
(11) http://www.komchadluek.net/news/regional/319034
(12) https://www.dailynews.co.th/politics/653906
(13) http://fire.gistda.or.th/fire_report/Fire_2560.pdf
(14) https://www.sanook.com/money/335131/